fanfiction

เนื่องจากพิมพ์ไปปีนึงแล้วขายหมดแล้วเลยเอามาลงให้ครบ

Day VII

[Part III]

Spock's talk

ปิ้ว! ปิ้ว!

ผมยิงเฟสเซอร์ใส่โรมุรันที่อยู่บริเวณนั้นแล้วส่งสัญญาณมือให้ลูกเรือสองคนแยกย้ายกันตามหากัปตัน และอีกสองคนหาลูกเรือของยานยูเอสเอส ฮู้ด

ผมออกตัววิ่งแล้วหลบหลังกำแพงเมื่อเจอโรมุรันกลุ่มหนึ่ง จากนั้นจึงฉวยโอกาสยิงก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้ตัวแล้วกดเปลี่ยนเฟสเซอร์ให้เป็นระบบสตั้นก่อนยิงใส่โรมุรันอีกคนที่เหลืออยู่ ผมวิ่งตรงไปลากโรมุรันคนนั้นเข้ามาในซอกกำแพงแล้วเข้าไปในจิตใจของโรมุรันตัวนั้นแต่กลับไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย

ผมวิ่งต่อไปจนถึงหน้าห้องแล็ปของยาน หน้าห้องนั้นก็มีโรมุรันอีกกลุ่มเฝ้าอยู่ หนึ่งในนั้นเป็นกัปตันโรมุรันที่มองมาทางผมอย่างประหลาดใจ

"แกออกมาจากห้องนั้นได้ยังไง!?"

"กัปตันอยู่ที่ไหน?" ผมถามเสียงเรียบ

ทางกัปตันโรมุรันหัวเราะออกมา

"คิดหรอว่าฉันจะบอกแก? แต่ถึงบอกไปป่านนี้มันก็คงตายไปแล้วมั้ง"

นั่นทำให้ผมหน้าชาวาบ

ผมไม่อนุญาตให้ใครพรากจิมไปจากผมทั้งนั้น!

ไม่รอช้า ผมยิงเฟสเซอร์ใส่ทันที แต่อีกฝ่ายหลบได้แล้วพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกับโรมุรันที่หนุนหลังอยู่ ผมหาที่กำบังแล้วยิงเฟสเซอร์สวนพลันได้ยินเสียงเฟสเซอร์พร้อมกับเสียงร้องของจิมออกมาจากหลังประตูห้องแล็ปทำให้ผมถึงกับหน้าซีด

"จิม..." ผมรีบลุกขึ้นแต่เพราะเฟสเซอร์ที่ยิงมาทำให้ผมต้องหลบหลังกำแพงอีกครั้ง

จิมอยู่ในห้องนั้น

"เมื่อกี้ยังเป็นเสียงครางอยู่เลย ครั้งนี้ร้องซะลั่นเลยแฮะ ท่าทางไอ้แก่โคดอสมันจะโหดจริง" กัปตันโรมุรันพูดพลางหัวเราะออกมา

โคดอส...เป็นโคดอสจริงๆ

ก่อนหน้านี้เป็นเสียงร้องคราง? นั่นทำให้เลือดในกายผมเดือดพล่าน

ไม่! เราต้องใจเย็น

ผมคิดพลางพยายามรักษาจังหวะการหายใจแล้วยิงเฟสเซอร์ออกไป สุดท้ายผมก็จัดการโรมุรันหน้าห้องได้ทั้งหมด ผมรีบวิ่งไปที่ประตู

เหมือนว่าจะล็อกอยู่…

ผมรีบทำการแฮคเปิดประตูแต่ระบบป้องกันกลับแน่นหนากว่าที่ผมคิด

ปัง!

ผมชะงักเล็กน้อยเพราะเสียงของบางอย่างที่กระแทกประตูจากอีกฝั่ง

จิม!

"ทีนี้แกก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว" เสียงแหบกร้านดังขึ้น นั่นทำให้ผมรีบเร่งมือทันที

"ฉันคิดว่าฉันเล่นกับแกมานานพอแล้วจิมมี่"

อีกแค่นิดเดียว...

"ลาก่อน"

ปิ้ว!!

แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของเฟสเซอร์ ร่างของจิมทิ้งตัวนอนลงมา ดวงตาสีฟ้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาหันมามองผมอย่างตกใจ ที่แก้มข้างซ้ายมีรอยแผลเหมือนถูกยิงเฉี่ยว ข้างๆ กันมีรอยของเฟสเซอร์อยู่ที่พื้น    

"สป็อค..."

ผมย่อตัวลงแล้วเช็ดน้ำตาให้จิม

"จิม...ashaya" ผมพยุงจิมขึ้นนอนบนแขนของผม จิมร้องออกมาเล็กน้อย ผมหันสำรวจร่างกายของจิมอย่างคร่าวๆ ศีรษะแตก แก้มช้ำ แผลฟกช้ำเต็มตัว แผลที่เกิดจากของมีคมบริเวณคอและไหล่ มีรอยกัดแดงที่คอขาว สภาพขาข้างขวาเหมือนหัก ขาอีกข้างถูกยิง...

มันทำร้ายคนที่ผมรัก

มันทำให้จิมร้องไห้

ความโกรธพุ่งเข้ามาในจิตใต้สำนึกของผมทันที ผมถอดเสื้อนอกสีน้ำเงินออกคลุมให้จิมแล้วค่อยๆ วางจิมลงอย่างเบามือพลางมองเข้าไปในห้องก็เห็นชายคนหนึ่ง...

โคดอส!!

"อ่า แกคงเป็นต้นเรือของ--" ยังไม่ทันให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อผมก็เล็งเฟสเซอร์ไปที่มือของโคดอสที่ถือเฟสเซอร์อยู่

"อ้ากกกกกกกกกกก" โคดอสร้องออกมาพร้อมเฟสเซอร์ที่ตกลงพื้น

ผมยิงเขาอีกครั้งที่ขาให้อีกฝ่ายล้มลง จากนั้นก็เดินเข้าไปเตะเฟสเซอร์ออกจากห้องพลางเหลือบเห็นท่อนเหล็กที่เต็มไปด้วยเลือดวางไว้ มันทำให้ผมรู้สึกโกรธจนสติขาดผึง ตรรกะทุกอย่างหายไปในช่องว่างเล็กๆ ในจิตใจของผม ถ้าพูดถึงสำนวนของมนุษย์ผมขอใช้คำว่า 'เลือดขึ้นหน้า' ก่อนวิ่งเข้าไปชกอีกฝ่ายไม่ยั้ง พร้อมคำรามออกมา

"แกทำร้ายจิม"

โคดอสพยายามพลิกกลับมาสู้แต่มีหรือแรงของมนุษย์จะสู้แรงสามเท่าของวัลแคนได้

"แกแตะต้องคนที่ผมรัก" ผมว่าพลางออกหมัดไปไม่ยั้ง

"แกต้องชดใช้!” เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหมดแรงผมใช้มือหนึ่งบีบคอของโคดอสไว้ แล้วอัดติดกำแพงยกตัวอีกฝ่ายลอยขึ้น โคดอสพยายามดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากมือของผม ผมบีบคอนั้นแรงขึ้นจนเริ่มได้ยินเสียงกระดูกลั่น

"สป็อค! อย่าฆ่าเขา!" จิมตะโกนออกมา แต่ผมก็ไม่ปล่อยมือจากคอของโคดอส

"ปล่อยเขาลง!" จิมพูดย้ำแต่นั่นไม่ทำให้ผมลดแรงที่บีบคอของโคดอสลงเลยแม้แต่น้อย

"สป็อค! ฟังฉันสิเจ้าวัลแคนบ้า! อยากติดคุกรึไงฮะ!?" จิมตะโกนออกมาแต่ผมก็ยังไม่หยุด ตอนนี้ผมแค่ต้องการดับลมหายใจของคนที่ทำร้ายจิมเท่านั้น

"สป็อคถ้านายต้องติดคุกเพราะฆ่าเจ้านี่มันไม่คุ้มกันหรอกนะ!" จิมตะโกนด้วยเสียงสั่น

ผมชะงักเล็กน้อยแล้วหันไปมอง จิมจ้องมาทางผม

"เดี๋ยวพวกเราจับเขาส่งสตาร์ฟลีท เขาก็จะได้รับผิดเอง" จิมพูดด้วยเสียงอ่อน ผมมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้า จิมยิ้มให้ผมเล็กน้อย

"นะสป็อค กลับเอ็นเตอร์ไพรส์กัน" พูดถึงตรงนี้ผมก็ค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้วทำให้โคดอสสลบไป ผมเดินกลับไปหาจิม

"จิม คุณลุกไหวมั้ย?"

จิมส่ายหน้าพลางยิ้มกว้าง

"อุ้มทีสิสป็อค"

ผมพยักหน้ารับ

"แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องติดต่อลูกเรืออีกสี่คนก่อน"

จิมพยักหน้า ผมจึงหันไปติดต่อลูกเรืออีกสี่คนให้มาเจอกันที่จุดที่ผมอยู่เพื่อควบคุมตัวโคดอส ลูกเรือสองคนที่ให้ไปหาลูกเรือของยูเอสเอส ฮู้ดรายงานว่าลูกเรือของยานนี้ได้เสียชีวิตไปนานแล้วตั้งแต่เหตุการณ์เนโร่

ผมพยักหน้ารับรู้แล้วช้อนตัวจิมขึ้น มือข้างหนึ่งประคองหลังไว้ ส่วนอีกข้างรับน้ำหนักช่วงขา ผมหันมองหน้าของจิม...หน้าของจิมแดงขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วซุกหน้าลงกับอกของผม จากนั้นผมก็ให้ลูกเรือแจ้งไปทางเอ็นเตอร์ไพรส์เพื่อ บีมกลับยาน ไม่นานเกินรอแสงสีเหลืองที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แล้วเราก็กลับมาถึงยานเอ็นเตอร์ไพรส์

สิ่งแรกที่ผมเห็นคือดร.แม็คคอยที่วิ่งเขามาในห้องขนส่งมวลสารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"จิม!!!" ดร.แม็คคอยวิ่งมาทางผมที่อุ้มจิมไว้อย่างตื่นตระหนกพร้อมหยิบเครื่องตรวจขึ้นมาตรวจรอบตัวกัปตันพลางพูดสบถไม่หยุด

"บ้าจริง! สป็อคเราต้องพาเจ้าหญิงของนายไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้! ฉันต้องตรวจอย่างละเอียด!"

"ใครเจ้าหญิงห้ะโบนส์!" จิมพูดขัดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

ดร.แม็คคอยส่งเสียงไม่พอใจเล็กน้อยแล้วตอบ

"ท่าอุ้มมันเห็นๆ กันอยู่จิมโบ้"

ผมไม่พูดขัดอะไรแล้วพาจิมไปที่ห้องพยาบาล วางตัวเขาลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล จากนั้นผมก็ถูกดร.แม็คคอยไล่ออกมา ผมนั่งรออยู่ด้านนอกนั่งคิดทบทวนเรื่องต่างๆ มากมายรอจนกระทั้งดร.แม็คคอยเดินออกมา

"จิมเป็นยังไงบ้างดอกเตอร์?"

ดร.แม็คคอยมองผมด้วยสีหน้ารำคาญแบบปกติแล้วตอบ

"จิมไม่เป็นไรแล้ว แขนขาที่หักฉันก็จัดการให้หมดแล้ว แค่ต้องพักรักษาอีกสักสองสามวัน"

ผมพยักหน้ารับ

"ผมเข้าไปเยี่ยมได้มั้ย?"

ดร.แม็คคอยมองผมพักหนึ่ง

"ฉันห้ามแกได้ด้วยหรอ? แต่อย่าทำให้เขาตื่นละกัน" พูดจบดอกเตอร์ก็เดินไปอีกทาง

เมื่อได้รับอนุญาตแล้วผมก็เดินเข้าไปในห้องพยาบาล ตอนนี้จิมนอนอยู่บนเตียงอย่างสงบ ผมเดินไปลากเก้าอี้มานั่งที่ด้านขวาของเตียงพลางลูบผมสีทองสว่างอย่างเบามือ

"ashaya…" ผมหลุดเรียกออกมาเบาๆ

"วันนี้ผมคิดว่าผมจะเสียคุณไปเสียแล้ว" ผมว่าพลางกุมมือของจิมไว้

ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของจิตใจของจิม สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์... เมื่อหลับตาลงภาพตอนที่ร่างของจิมเต็มไปด้วยเลือดก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง ตอนนั้นถ้าผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ถ้าผมไปถึงที่นั่นเร็วกว่านี้บางทีจิมอาจจะไม่ต้องมานอนสลบอยู่แบบนี้ ผมคิดพลางกุมมือของจิมแน่นขึ้น

ผมรู้ว่าการนึกเสียใจกับเรื่องในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล...แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของผมที่ทำให้จิมถูกทำร้าย...

"ไงสป็อค" ผมลืมตาขึ้นหันมองจิมอย่างตกใจเล็กน้อยแต่ยังคงสีหน้าเรียบนิ่งไว้

"สวัสดีจิม..." ผมทักทายกลับ จิมยิ้มให้ผมเล็กน้อยแล้วดันตัวขึ้นนั่ง

"อาการของคุณเป็นยังไงบ้าง?" ผมถาม

"สบายดีๆ โบนส์เป็นคนรักษานี่นะ มีหรอแผลจะเหลือ ว่าแต่นายมาเพื่อจะพาฉันกลับห้องของพวกเราใช่มั้ย?" จิมพูดพร้อมกับดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย ผมหันไปสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายด้วยตนเองอีกครั้ง ไล่ดูตั้งแต่ศีรษะลงมาที่แก้ม รอยช้ำหายไปแล้ว จากนั้นก็ที่คอ ไหล่ ตามตัว ผมเปิดดูตรงขาก็ไม่มีแม้แต่รอยเดียว

"ฮ่าๆๆ จับอะไรของนายเนี่ยจั๊กจี้นะ! ฉันหายแล้วจริงๆ" จิมหัวเราะออกมาอย่างสดใส ท่าทางบาดแผลทั้งหมดจะหายแล้วจริงๆ อีกฝ่ายมองผมเล็กน้อย

"ดร.แม็คคอยยังไม่อนุญาตให้คุณออกจากห้องพยาบาล" พอผมพูดจบจิมก็ทำหน้าไม่พอใจทันที

"ไม่เอาน่าสป็อค กลับห้องกัน! ไม่ต้องสนโบนส์หรอก!"

ผมส่ายหน้า จิมทำท่าฮึดฮัดจากนั้นเขาก็ช้อนตามองผมด้วยสิ่งที่ดร.แม็คคอยเรียกว่า 'ตาของลูกหมา'

"คุณหิวมั้ย?" ผมลุกขึ้นมองจิมแล้วเปลี่ยนเรื่องสนทนา

จิมส่ายหน้าแต่ท้องของเขากลับร้องออกมา ทำให้จิมหน้าแดงขึ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์

"ผมจะไปหยิบอาหารมาให้" ผมพูดแล้วเดินออกไปหยิบซุปโพลเมคมาให้จิม จิมมองถ้วยซุปโพลเมคที่ผมยื่นให้แล้วยิ้มออกมา

"ซุปโพลเมค...เหมือนวันที่นายสารภาพรักฉันเลย วันนี้นายมีอะไรจะสารภาพอีกมั้ยล่ะสป็อค?" จิมพูดพลางหัวเราะเล็กน้อยแล้วเริ่มกินซุป คำพูดนั้นทำให้ของผมร้อนขึ้นสิบแปดเปอร์เซ็นต์

"แน่นอนว่ามีจิม"

จิมมองหน้าผมแล้วพูดต่อ

"งั้นก็ว่ามาเลย"

ผมสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูด "จากเหตุการณ์เมื่อหนึ่งวัน หกชั่วโมง สี่สิบนาที ห้าสิบสี่วินาทีที่แล้วทำให้ผมได้รู้ว่าการที่ผมไม่สามารถรับรู้ถึงความเป็นไปของคุณทำให้ผมรู้สึกวิตกกังวล ผมอยากรู้ว่าคุณเป็นยังไง ผมอยากรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่มีอะไรจะสามารถให้คำตอบผมได้เลย"

ผมสูดหายใจเข้าอีกครั้ง "จิม มันทำให้ผมรู้ว่าคุณสำคัญกับผมมากแค่ไหนเพราะฉะนั้น..." ผมเงยขึ้นสบกับตาสีฟ้า

"คุณจะช่วยบอนด์(bond)กับผมได้รึเปล่า?"

จิมยิ้มออกมาแล้วลุกขึ้นกอดผมไว้

"สป็อค...ไม่ว่านายจะขออะไรฉันก็ตกลงอยู่แล้ว..." พูดถึงตรงนี้จิมก็คลายกอดออกแล้วหันมองผมอย่างสงสัย

"ว่าแต่บอนด์นี่คืออะไรหรอ?"

"บอนด์...เป็นการเชื่อมโยงและหลอมรวมจิตใจของเราให้เป็นหนึ่งเดียว ผมจะรับรู้ถึงความคิด ความทรงจำ...ทุกอย่างของคุณ และคุณก็จะรับทุกอย่างของผมเช่นกัน และไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ผมก็จะรู้และสามารถติดต่อคุณได้ตลอดเวลา บอนด์จะผูกมัดเราเข้าด้วยกัน คุณจะเป็นของผม...และผมจะเป็นของคุณ"

"ว้าว! นี่มันเจ๋งสุดๆ ไปเลย! อย่างนี้ก็แสดงว่านายจะอยู่ในหัวของฉันตลอดสินะ งั้นเราก็คุยโดยไม่ต้องพูดกันเลยก็ได้สิ"

ผมพยักหน้ายืนยัน

"เดี๋ยวนะ...แบบนี้มันเหมือนกับขอแต่งงานเลย นี่เป็นวิธีขอแต่งงานแบบวัลแคนรึเปล่า!?" จิมพูดพร้อมดวงตาสีฟ้าที่เปล่งประกาย ใบหน้าของเขาแดงขึ้นถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้ผมหน้าร้อนตามไปด้วย

"ผม...คิดว่าเป็นเช่นนั้น"

จิมสูดหายใจเข้าแล้วยิ้ม

"งั้นก็ขอฉันแต่งงานแบบมนุษย์ด้วยสิ"

ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย

ขอแต่งงานแบบมนุษย์?

ผมหวนคิดถึงตอนที่ไปดูหนังเรื่องหนึ่งกับจิมและลุกขึ้นจากเก้าอี้

"จิมคุณช่วยลงมาจากเตียงแล้วมายืนตรงนี้" ผมชี้พื้นที่อยู่ข้างเตียง

จิมทำหน้าสับสนเล็กน้อยแต่ก็ลุกลงมาจากเตียงและยืนตามจุดที่ผมบอก ผมหันหน้าตรงข้ามกับจิมเว้นระยะห่างพอสมควรแล้วคุกเข่าลงและใช้มือขวาจับมือซ้ายของจิมไว้ จิมทำหน้าตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ผมมองไปที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

"แต่งงานกับผมนะครับ?"

ความเงียบปกคลุมห้องอยู่พักหนึ่งผมจึงพูดต่อ

"ผมรู้ว่าปกติมนุษย์ต้องเตรียมแหวนสำหรับการขอแต่งงานแต่วันนี้เหตุการณ์มันกะทันหัน ผมเลย..." ผมยังพูดไม่ทันจบจิมก็คุกเข่าลงมากอดผม

"ฉันแต่งสป็อค บ้าจริง! ฉันแต่งได้ยินมั้ย!? ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว" จิมพูดพลางกอดผมแน่นขึ้น ผมกอดอีกฝ่ายกลับ

"เย้----!!!!!!" อยู่ๆ ก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาจากนอกประตูห้องพยาบาล ผมกับจิมหันไปมองอย่างสงสัยไม่นานเกินรอประตูก็เปิดออกพร้อมกับเหล่าลูกเรือของยานเอ็นเตอร์ไพรส์ที่มายืนออกันอยู่จำนวนมาก ด้านหน้านั้นมีคุณซูลู คุณเชคอฟ คุณสก็อต นีโยต้า และดร.แม็คคอย

"ดีใจด้วยนะครับกัปตัน" คุณซูลูวิ่งเข้ามาแสดงความยินดีพร้อมกับคุณเชคอฟและคุณสก็อต นีโยต้าส่งยิ้มแล้วชูนิ้วโป้งขึ้นให้ผม ลูกเรือคนอื่นทยอยเข้ามาแสดงความยินดี ทว่าดร.แม็คคอยก็วิ่งตรงมาทางจิมแล้วตะโกนออกมา

"พวกแกหยุดก่อน! นี่ห้องพยาบาลไม่ใช่ตลาดสด! จิม! ขึ้นไปนอนบนเตียงเดี๋ยวนี้!"

"ครับๆ" จิมตอบพลางกลับขึ้นไปบนเตียง พอจิมกลับขึ้นเตียงดร.แม็คคอยก็เดินตรงมาทางผม

"ดูแลจิมให้ดี ถ้าแกทำให้เพื่อนสนิทของฉันเสียใจ ฉันจะฆ่าแกแบบไม่ทันให้รู้ตัวเลยเจ้าหนูผีหูแหลม"

"แน่นอนดอกเตอร์"

"งั้นก็ดี...ฉันบอกให้พวกแกออกไปไงเล่า!!!" พูดจบดร.แม็คคอยก็เดินไปไล่ลูกเรือคนอื่นๆ ออกจากห้องพยาบาลต่อ ผมหันมองจิมที่หัวเราะอย่างสดใสแล้วหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย และแล้วเจ็ดวันอันแสนวุ่นวายนี้ก็จบลง...

 

Epilogue

Bones' talk

"ให้ตายสิ! ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าจะต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้นาย! แถมไม่ใช่ครั้งเดียว! แต่ตั้งสองครั้ง!" ผมพูดด้วยน้ำเสียง(รำคาญ)แบบปกติ แล้วมองด้านหลังเพื่อนของผมที่เอาแต่ส่องกระจกหมุนไปหมุนมาจนน่าเวียนหัว

จิมหันกลับมามองผมด้วยสีหน้าฮึดฮัด แต่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า

"ใครเจ้าสาวกันโบนส์ ฉันเป็นผู้ชายนะ! แล้วถ้านายไม่เป็นแล้วใครจะเป็นให้ฉ