เนื่องจากอ่านหนังสือไม่เข้าหัวเลยมาเอาดีด้านนี่แทนค่ะ //โดนเสย ขอให้สนุกกับตอนใหม่ค่า

[Fanfiction Star trek] Star trek into the Woods

Pairing:Spock x Kirk

Act II

I wish...

จิมตัดสินใจกลับเข้ามาในตัวปราสาทแล้วเดินสำรวจไปรอบๆ ปราสาทนี้มีขนาดใหญ่มากไม่ว่าจะดูจากด้านนอกหรือด้านใน หากจะดูให้ทั่วทั้งปราสาทนี้คงต้องใช้เวลาเป็นสิบๆวันแน่...

พลันดวงตาสีฟ้าเหลือบไปเห็นคนที่เดินออกมาจากห้องๆหนึ่งพร้อมกับหนังสือสองสามเล่มเดาได้ไม่ยากเลยว่าห้องที่คนๆนั้นเพิ่งเดินออกมาคือห้องสมุด...

บางทีในห้องสมุดอาจจะมีประวัติของดาวดวงนี้เขียนอยู่ก็ได้ คิดได้ดังนั้นผมก็เดินตรงไปที่ประตูไม้สีโอ๊คแล้วเปิดออก ในห้องนี้มีชั้นหนังสือไม้ขนาดใหญ่ถูกวางเรียงรายไปหลายสิบแถวทั้งยังมีบันไดให้เดินต่อขึ้นไปอีกชั้น

อ่า...เยอะชะมัด ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นหนังสือที่เป็นหนังสือจริงๆเยอะขนาดนี้เพราะสมัยนี้ หนังสือทั้งหมดถูกสแกนรวบรวมเพิ่มสร้างเป็นE-bookหมด ผมที่เป็นนักสะสมหนังสือตัวยงอดตื่นตาตื่นใจกับภาพตรงหน้าไม่ได้จริงๆ

ผมเริ่มเดินไล่ดูไปทีละชั้น เหมือนว่าหนังสือทั้งหมดจะถูกจัดหมวดหมู่ไว้เรียบร้อยแล้ว... พลันดวงตาเจ้ากรรมดันหันไปเจอเซ็ทหนังสือนวนิยายยุคคลาสสิก ผมพุ่งไปทางนั้นทันที

โอ้พระเจ้า โอ้พระเจ้า นี่มันเซ็ทที่มันเลิกพิมพ์ไปแล้วนี่นา!!!

ผมหยิบหนังสือออกมาจากชั้นแล้วพลิกดู

ใช่จริงๆด้วย เป็นเรื่องเดียวกันแถมภาษาที่ใช้เขียนก็เป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย...!

ถ้าผมจิ๊กไปซักเล่มจะเป็นไรมั้ยนะ... ไม่ๆ เราต้องหาข้อมูลของดาวดวงนี้สิแล้วค่อยมาดูหนังสือพวกนี้อีกที! ผมรีบเก็บหนังสือเข้าที่เดิม...แล้วก็ชะงัก

เดี๋ยวนะ...แล้วถ้ามีคนมาแอบหยิบไปก่อนละ...

ซ่อนไว้ดีกว่า...

ผมสลับหนังสือชั้นที่ลึกกว่าออกมาแล้วซ่อนนวนิยายสุดแรร์เก็บไว้ด้านใน

ผมยืนชื่นชมผลงานการซ่อนหนังสืออันแนบเนียนก่อนเดินไปที่ชั้นหนังสืออื่น

ผ่านไปพักหนึ่งผมก็ได้หนังสือมาสามสี่เล่ม ผมเลือกเปิดหนังสือที่ชื่อว่า'ประวัติศาสตร์ดวงดาว'ก่อนเป็นเล่มแรก สายตากวาดอ่านตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีดำ ผมไล่ดูตั้งแต่ชื่อดาวและปรากฎการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนดาว 

ผู้เขียนเรียกชื่อดาวดวงนี้ว่า’ Woods’ เนื่องจากภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี ดาวดวงนี้มีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกับโลก คล้ายเสียจนน่าแปลกใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทรัพยากร แร่ธาตุหรือเรื่องของดาวบริวารที่มีเพียงดวงเดียวเหมือนโลก แม้แต่ปรากฏการณ์ต่างๆยังแทบจะเหมือนโลกทั้งหมด เว้นแต่เรื่องสนามแม่เหล็กที่แตกต่าง ในหนังสือเล่มนี้เขียนไว้ว่าทุกๆช่วงที่ดาวบริวารหมดแสงซึ่งนับเป็นระยะเวลา5วัน เครื่องมือบางอย่างจะไม่สามารถใช้การได้ในช่วงนั้น ผมพลิกอ่านต่อไปบทท้ายๆมีการกล่าวถึงเรื่องสิ่งลี้ลับและเวทมนตร์ต่างๆแต่ยังไม่ทันอ่านจบก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น

"องค์ชายเพคะ" ผมรีบปิดหนังสือแล้วหันไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่พร้อมส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

"หม่อมฉันจะมารับพระองค์ไปแต่งตัวตามพระบัญชาของฝ่าบาท" หญิงสาวก้มหน้าทำความเคารพผมอย่างอ่อนน้อม

"หือ? แต่งตัว ทำไมข้าต้องแต่งตัวด้วย?"ผมถามอีกฝ่ายก็เอียงคอมองอย่างสงสัย

"องค์ชายทรงลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่าคืนนี้จะมีงานเต้นรำ" เมื่อสีหน้างุนงงของอีกฝ่ายผมก็รีบตอบ

"อ..อ๋อ!จำได้สิจำได้ งั้นไปกันเถอะ" ผมว่าพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินนำออกนอกประตูไป

*------------------------*

หลังจากหลุดออกจากระบบวาร์ป ยานเอ็นเตอร์ไพรส์ก็ลงจอดบนดาวอย่างปลอดภัย

บรรยายกาศบนสะพานเรือคลายความตึงเครียดลงแต่ก็ยังคงดูน่าอึดอัด...

ถ้ากัปตันอยู่คงต้องยิงมุขแปลกๆออกมาให้พวกเขาหัวเราะแน่ๆ แต่เค้าคนนั้นดันไม่อยู่เนี่ยสิ...

สป็อคกดปุ่มติดต่อไปที่ห้องเครื่องแล้วพูด

"คุณสก็อต รายงานความเสียหาย"

"ห้องเครื่องและบริเวณDeckCเสียหายเล็กน้อยครับ แต่บริเวณตัวยานเสียหายมากอยู่"

"คาดว่าจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่คุณสก็อต?"

"ผมไม่แน่ใจแต่ผมจะทำสุดความสามารถ" สป็อคส่งเสียงตอบรับแล้วตัดสายไป

"กัปตันค่ะผลสแกนออกมาแล้วพบว่าดาวดวงนี้มีแรงดึงดูดและชั้นบรรยากาศใกล้เคียงกับโลกมากและมีแร่พื้นฐานในดินคล้ายคลึงกันค่ะ เราสามารถลงไปสำรวจได้" ลูกเรือแผนกวิทยาศาสตร์คนหนึ่งกล่าว สป็อคพยักหน้ารับ

"คุณอูฮูร่า เปิดระบบสื่อสารของทั้งยานเอ็นเตอร์ไพรส์"

"รับทราบค่ะ" พูดจบอูฮูร่าก็กดเปิดระบบสื่อสารแล้วหันไปกลับไปมองสป็อคเชิงเปิดเรียบร้อยแล้ว

"เรียนลูกเรือทุกท่าน ขณะนี้เราอยู่บนดาวเคราะClass M ซึ่งมีชั้นบรรยายกาศที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ผมต้องการแผนกวิทยาศาตร์ 2 คน และแผนกรักษาความปลอดภัย 3 คน มารายงานตัวพร้อมกันที่ห้องขนส่งมวลสาร และผมจะเข้าร่วมทีมสำรวจด้วย" เมื่อพูดจบสป็อคก็กดตัดสัญญาณ

"คุณซูลูคุณเป็นรักษาการ" สป็อคลุกขึ้นจากเก้าอี้กัปตันแล้วตรงไปที่เทอร์โบลิฟต์เพื่อไปที่ห้องขนส่งมวลสาร ระหว่างทางนั่นเองดอกเตอร์แม็คคอยก็เดินขนาบเข้ามา

"สป็อคนายทำงานมาตั้งแต่แกมม่าชิปแล้ว ในฐานะหมอฉันคิดว่านายควรพักผ่อนมากกว่าไปเข้าร่วมทีมสำรวจ"ดอกเตอร์แม็คคอยพูดด้วยเสียงจริงจัง

"วัลแคนต้องการเวลาพักผ่อนน้อยกว่ามนุษย์ดอกเตอร์" สป็อคตอบเสียงนิ่ง

"ในทีมก็มีแผนกวิทย์อยู่แล้ว อ่าให้ตายสิ นายทำงานติดต่อกันมาประมาณ10ชั่วโมง นายจำเป็นต้องพัก" แม็คคอยยืนกรานเสียงแข็งแต่สป็อคยังคงไม่เปลี่ยนใจ

"ไม่จำเป็นดอกเตอร์" นั่นทำให้แม็คคอยฉุนหนักแล้วตวาดออกมา

"ฟังฉันดีๆนะสป็อค ตอนนี้จิมไม่อยู่ ถ้าแกมาป่วยอีกคนใครจะดูแลยานเอ็นเตอร์ไพรส์ ยิ่งข้างนอกนั้นมียานรบคลิงออนอยู่แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่ามันตามมารึเปล่าหรือจะหาเราเจอเมื่อไหร่ ถ้านายไม่อยู่ในสภาพที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเราอาจจะเสียท่าก็ได้" พูดจบคุณหมอก็หอบหายใจเล็กน้อย สป็อคหยุดคิดอยู่ชั่วครู่

"คำพูดของคุณ...สมเหตุสมผล..." สป็อคกล่าวขึ้นนั่นทำให้แม็คคอยโล่งใจ วัลแคนหนุ่มกลับหลังหันแล้วเดินไปอีกทางซึ่งจะนำไปสู่ห้องของตน

"ผมจะหาเขาให้เจอ"

"ห้ะ?"

"ผมจะหาจิมให้เจอดอกเตอร์" สป็อคพูดจบเขาก็เดินทิ้งระยะห่างออกไป ตอนนั้นแม็คคอยไม่สามารถเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายได้แต่น้ำเสียงของสป็อคที่ปกติจะเรียบนิ่งกลับสื่อให้รู้สึกถึงความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่าง หรือบางทีเขาอาจจะคิดไปเองก็ได้... รึเปล่านะ?

*------------------*

เมื่อสป็อคกลับมาถึงห้องของตน เขาก็เดินไปที่มุมห้องที่ปูด้วยเสื่อสำหรับการทำสมาธิของวัลแคน เขาทรุดตัวลงกับผืนเสื่อแล้วเข้าสู่การทำสมาธิ แต่ทว่าจิตใจของเขานั้นกลับไม่สงบลงเลยสักนิด

ความคิดที่ว่าจิมหายไปไหน จิมหายไปได้อย่างไร ใครเป็นคนลักพาตัวเขาไป และเขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า มันทำให้จิตใจของเขาฟุ้งซ่านจนไม่อาจทำสมาธิได้

ตั้งแต่วันที่นีโยต้าบอกเลิก เธอให้เหตุผลของการบอกเลิกว่าเขาจ้องมองกัปตันอยู่ตลอดเวลา เวลาว่างส่วนมากก็มักจะทำกิจกรรมกับอีกฝ่ายมากกว่าเธอ และเหตุผลอีกหลายประการ นั่นทำให้เขาลองย้อนคิดกลับไป...แล้วก็ได้รู้ว่าตนกำลังมีใจให้กับกัปตันอยู่จริงๆ

เขาไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับ'ความรู้สึก'นี้อย่างไรดี และไม่มีอะไรรับประกันว่าหากเขาสารภาพความรู้สึกนี้ออกไปแล้วอีกฝ่ายจะตอบรับความรู้สึกนั้นกลับมา การเก็บความรู้สึกนี้ไว้จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุด เขาตัดสินใจที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วล้มตัวนอนลงบนเตียง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเสพติดรอยยิ้มสว่างไสวกับดวงตาสีฟ้าที่เปล่งประกายนั่น...

ตอนนี้เขาแค่ต้องการมันกลับคืนมา

*-------------------------*

เมื่อเพลงบรรเลงลำดับที่3 สิ้นสุดลง ผมก็ยิ้มแล้วโค้งให้กับหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อยก่อนบอกลาเธออย่างสุภาพ

"เป็นเกียรติที่ได้เต้นรำกับคุณครับ" ใบหน้าเล็กของหญิงสาวขึ้นสีแดงก่ำก่อนก้มหน้าลงอย่างเขินอายแล้วกล่าวตอบ

"เป็นเกียรติของหม่อมฉันเช่นกันเพคะ องค์ชาย"

ผมก้มลงจุมพิตหลังมือของเธอตามแบบฉบับเจ้าชายที่เคยอ่าน จากนั้นก็ปลีกตัวออกมาทางโต๊ะรับรองที่ถูกจัดเอาไว้

เฮ้อออออ ไม่คิดว่างานเต้นรำแบบนี้จะยากขนาดนี้ นี่ถ้าเขาไม่เคยลงคอสลีลาศเป็นเพื่อนโบนส์ตอนนั้น ป่านนี้คงแป้กเต้นเหยียบเท้าคนอื่นไปมั่วซั่วแน่ๆ คิดไปอีกมือก็หยิบถ้วยไวน์ที่ถูกรินเอาไว้ขึ้นมาดื่มดับกระหาย ดวงตาสีฟ้าคู่สวยมองบรรยากาศรอบงานอย่างชื่นชมไปพลางๆ

จิมไม่คิดว่าเขาจะมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในงานเลี้ยงแนวพีเรียตแบบนี้ ถึงเขาจะชอบอ่านนวนิยายคลาสสิคตั้งแต่เด็กๆ และฝันมาตลอดว่าอยากลองจัดงานเลี้ยงเต้นรำแบบนี้ดูสักครั้ง แต่เนื่องด้วยลักษณะงานของเขาที่แทบจะไม่ได้แตะพื้นโลกเลย ทำให้ความหวังนี้ริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ จนจิมเกือบลืมเลือนไปแล้ว

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายดีที่เขาถูกพาตัวมาที่นี่ แต่ถึงแม้งานในครั้งนี้จะสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับดิสนีย์ขนาดไหน จิมก็ยังไม่สามารถสนุกกับมันได้อย่างเต็มที่

ใช่ ถึงแม้ที่นี่จะมีครบทุกอย่างแต่ที่นี่ก็ไม่มีเพื่อนๆของเขา ครอบครัวของเขา

จิมลองจินตนาการถึงภาพของเพื่อนๆของเขาที่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน สก็อตตี้ก็คงจะพยายามชวนให้อูฮูร่ามาเต้นรำกับตน ในขณะที่โบนส์ก็คงจะเขินจนไม่กล้าเอ่ยปากอะไรจนแครอลต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนก่อน ส่วนซูลูกับเชคอฟก็คงต่างคนต่างเขินก้มหน้างุดๆอยู่จนต้องให้เขาเข้าไปช่วยกระตุ้น และสุดท้าย...คนที่เขาเดาไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้... แต่ก็เป็นคนที่เขาหวังว่าจะเจอในงานแบบนี้มากที่สุด

อยากให้นายอยู่ที่นี่ด้วยจังเลยสป็อค

ถ้าสป็อคอยู่ในงานนี้ พวกเขาก็คงจะได้เต้นรำกัน...

เฮัอ ว่าไปนั่น ใช่ว่าสป็อคมางานแบบนี้แล้วจะชวนเขาเต้นรำซะเมื่อไหร่ ยังไงความรู้สึกนี้มันก็คงเป็นได้แค่รักข้างเดียวละน่ะ

"องค์ชาย..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นตรงหน้าทำให้หัวใจของผมเต้นผิดไปหนึ่งจังหวะ ผมสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองบุคคลนั้นอย่างประหลาดใจ

เขาไม่น่าจะอยู่ที่นี่ได้นี่นา...

"ได้โปรดให้เกียรติเต้นรำกับผมได้มั้ยครับ?" ชายตรงหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปดัวยความอบอุ่น ดวงตาสีฟ้าสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เขาหลงใหล

"สป็อค..?"

TBC

Comment

Comment:

Tweet

กัปตันนั่ลรักก ปรับตัวกับสถานการณ์เก่งมากค่ะ 
นอกจากจะเต้นรำแล้วยังมีคิดจินตนาการอยากให้สป็อกมาเต้นรำด้วยอีกแหนะ ฟฟฟฟ
ทางฝั่งสป็อคนี่ก็ห่วงจิมจะแย่แล้ว รีบหาจิมให้เจอนะสป็อค
คนที่จิมเจอนี่ ใครกันนะ หน้าเหมือนสป็อคด้วย
ลุ้นมากค่ะว่าเรื่องจะเป็นยังไง
รอตอนต่อนะคะ ><
กัปตันนั่ลรักก ปรับตัวกับสถานการณ์เก่งมากค่ะ 
นอกจากจะเต้นรำแล้วยังมีคิดจินตนาการอยากให้สป็อกมาเต้นรำด้วยอีกแหนะ ฟฟฟฟ
ทางฝั่งสป็อคนี่ก็ห่วงจิมจะแย่แล้ว รีบหาจิมให้เจอนะสป็อค
คนที่จิมเจอนี่ ใครกันนะ หน้าเหมือนสป็อคด้วย
ลุ้นมากค่ะว่าเรื่องจะเป็นยังไง
รอตอนต่อนะคะ ><
surprised smile surprised smile surprised smile embarrassed embarrassed

#2 By MCrepublic. on 2015-07-07 23:32

#1 By MCrepublic. on 2015-07-07 23:32