มาอัพต่อหลังจากดองไปนานมาก T v T

 

[Fanfiction Star trek] Star trek into the Woods

Pairing:Spock x Kirk

 

Act I

What a day!

 

เช้านี้ผมขยับพลิกตัวไปมาบนเตียงเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังไม่มีความคิดที่จะลุกออกจากเตียงแสนสบายนี้เลย ผมตื่นมาสักพักแล้วแต่ที่ไม่ลุกออกจากเตียงก็เพราะว่ากำลังรอเสียงนาฬิกาปลุกที่มักจะตั้งไว้ทุกเช้าอยู่ อย่างว่าใครจะอยากตื่นก่อนนาฬิกาปลุกกันล่ะ ในเมื่อยังมีเวลานอนต่อก็ต้องคว้าโอกาสนั้นไว้

แต่ว่า...นี่มันไม่นานไปหน่อยหรอ? ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองนอนพลิกไปมาอย่างงี้เกือบชั่วโมงแล้ว หรือระบบจะขัดข้องเลยไม่มีสัญญาณปลุก แต่ถ้าเวลามันเลยไปแล้วสป็อคก็น่าจะติดต่อมาตามเขาไปผลัดเวรสิ... จิมคิดพลางพลิกตัวอีกครั้ง เขารู้สึกถึงการยุบตัวของเตียงที่แสดงถึงการรองรับน้ำหนักได้อย่างดี นุ่มสบายมากจนน่าแปลก นี่เตียงของเรามันนุ่มขนาดนี้เมื่อไหร่กันนะ?

"คอมพิวเตอร์...ตอนนี้กี่โมงแล้ว" ผมถามออกไปแต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับ

"คอมพิวเตอร์กี่โมงแล้ว..." ผมลองถามอีกครั้งแต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับเหมือนเดิม นั่นทำให้เกิดคำถามมากมายในหัวของเขา

ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงไม่ตอบสนอง? ทำไมนาฬิกาที่ตั้งไว้ถึงไม่ปลุก? ทำไมเตียงถึงนุ่มผิดปกติ?

หรือว่า...ผมไม่ได้อยู่บนยานเอ็นเตอร์ไพรส์!!?

จิมผุดตัวลุกขึ้น ดวงตาสีฟ้ากวาดมองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก

ใช่... ผมไม่ได้อยู่บนยานเอ็นเตอร์ไพรส์... ตอนนี้ผมอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ในห้องกว้าง หินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ถูกปูเป็นพื้นทั่วทั้งห้องแล้ววางทับด้วยพรมสีแดง รอบๆ ห้องมีเฟอร์นิเจอร์ของใช้มากมายวางตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ที่ผนังมีรูปวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาแขวนอยู่แทบจะกินพื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมด ด้านข้างรูปนั้นมีโคมไฟแบบโบราณแขวนประกบสองข้าง

ผมลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปหยุดชะงักที่หน้ากระจกอย่างตกใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในชุดสตาร์ฟลีทสีทองแต่กลับเป็นชุดนอนย้อนยุคสีขาว... เขาลองค้นตัวเองก็พบว่าเครื่องมือสื่อสารก็หายไปด้วย คงจะหายไปพร้อมกับชุดของเขาแน่ๆ จิมคิดพลางมองไปรอบๆ อีกครั้ง การจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้เหมือนในหนังย้อนยุคที่เขาเพิ่งดูเมื่อสองสามวันก่อนไม่มีผิด

ตกลงนี่เขาอยู่ในหนังย้อนยุครึยังไงกันเนี่ย? 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

จิมหันมองไปทางต้นเสียง

"องค์ชาย ทรงตื่นรึยังพะยะค่ะ?" เสียงของชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างอ้อนน้อม สรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

องค์ชายงั้นหรอ??

"องค์ชาย กระหม่อมขอเข้าไป..." ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ จิมก็ตะโกนขัดขึ้น

"ข้าตื่นแล้ว! อ..เออ...เจ้าเข้ามาได้เลย!!" ผมพูดโดยใช้ศัพท์ที่เคยเห็นในหนังสือนิยายย้อนยุคที่เคยอ่าน ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้อง จิมมองดูอีกฝ่ายอย่างพิจารณา รูปหน้าคมสัน ดวงตาสีดำ ใบหูกลมมน ผิวสีเนื้อ ผมสีดำถูกเสยเก็บไปไว้ด้านหลังจนเรียบ เสื้อสูทสีดำกับนาฬิกาทรงกลมสีเงินสลักสวยงามในมือ ดูยังไงคนๆ นี้ก็เป็นมนุษย์ที่เป็นพ่อบ้านธรรมดา

"เจ้ามีธุระอะไรหรอ?" ผมถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายปิดประตู

"กระหม่อมจะมาทูลถามว่าองค์ชายจะเสวยพระกระยาหารในห้องนี้หรือจะให้กระหม่อมจัดโต๊ะเสวย..." คุณพ่อบ้านพูดต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ผมไม่ตั้งใจฟังเท่าไหร่นัก ในหัวยังคงครุ่นคิดอย่างสงสัย ตกลงผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง? แล้วยานของเขาหายไปไหน??

"องค์ชายทรงฟังอยู่รึเปล่าพะยะค่ะ..?"

"อะ..อ่าๆ ฟังอยู่ๆ เดี๋ยวข้ากินข้าวที่นี่แหละ เจ้าไปหยิบมาได้เลย" พอผมพูดจบ พ่อบ้านก็ส่งเสียงตอบรับเล็กน้อยพร้อมโค้งตัวและเดินออกนอกประตูไป เขารอเวลาอยู่พักนึงให้แน่ใจว่าพ่อบ้านเดินออกไปจากบริเวณนี้แล้วก็เริ่มค้นหาเบาะแสในห้องทันที จิมเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก ทุกที่ที่สามารถเก็บของได้ในห้องแต่ก็ไม่เจอชุดสีทองหรือเครื่องสื่อสารอยู่เลย

"โอ้! ให้มันได้อย่างนี้สิ!!" เขาขยี้ผมสีทองอย่างเซ็งๆ

ลองคิดทบทวนดูแล้วเมื่อวานเราก็ยังอยู่บนยานเอ็นเตอร์ไพรส์นี่นา ใช่ๆ โบนส์ยังติดต่อมาบอกก่อนนอนอยู่เลยว่าวันนี้ให้ไปตรวจสุขภาพ... หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นตอนที่ผมหลับ? หรือผมเผลอไปทำอะไรให้สป็อคโกรธแล้วโดนปล่อยเกาะอยู่บนดาวย้อนยุคนี่!? เออ…แต่ช่วงนี้เขากับสป็อคก็ทำงานด้วยกันได้ดีนี่นา ถ้าจะมีเรื่องที่ทำให้สป็อคไม่พอใจก็แค่แอบเอาเนื้อใส่ในจากผักของสป็อค สลับถุงใบชาของจริงกับผงกาแฟ โยนงานเอกสารยากๆ ให้ทำ แอบสลับตัวหมากตอนเล่นหมากรุก เอ๊อะ! คิดไปคิดมาชักเยอะแฮะ... แต่สป็อคคงไม่โกรธหรอกเนอะ ฮ่าๆๆๆ ใช่ๆ เขาต้องพูดว่า 'วัลแคนไม่โกรธ' แน่ๆ! แต่ถ้าสป็อคไม่ได้ปล่อยเกาะผม งั้น...ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไงกันล่ะเนี่ย...?

ดวงตาสีฟ้าหันมองรอบๆ อีกครั้ง อยู่ที่นี่ไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา ออกไปข้างนอกดีกว่า บางทีอาจจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง... คิดเสร็จจิมก็เดินออกจากห้องไป เขาหันมองซ้ายขวาเห็นทางเดินทอดยาวออกไปจากทั้งสองด้าน เขาคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตัดสินใจเดินไปด้านขวา เดินไปพักหนึ่งก็เจอทางแยกสามทาง นั่นทำให้จิมคิดหนัก เดินไปทางไหนดีละเนี่ยเรา...? จิมลังเลอยู่พักนึงก็เดินตรงต่อไป

ระหว่างทางจิมเดินผ่านทหารที่อยู่ในชุดเกราะสีเงิน พวกเขาเพียงโค้งศีรษะให้อย่างอ่อนน้อม บางคนก็พูดทักทายเขาแล้วเดินต่อไปราวกับเป็นเรื่องปกติ ดูน่าสงสัย...แต่ก็ช่างมันเถอะ เขาพยายามเดินให้เบาและเร็วที่สุด สองขาก้าวเดินไปอย่างมั่วซั่ว เจอทางแยกกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ทิวทัศน์ด้านข้างก็ดูเหมือนกันไปหมด ดูเหมือนว่าเขาจะหลงทางซะแล้ว จิมเดินต่อไปไม่นานนักก็เห็นประตูไม้อยู่ที่ปลายทางเดินนั้น

เขาเดินผ่านทหารที่เฝ้าหน้าประตูไปนิ่งๆ พยายามทำให้ทุกอย่างเหมือนปกติ เมื่อเปิดประตูออกก็รู้สึกได้ถึงลมหนาวที่พัดเข้ามาที่ใบหน้าเบาๆ พร้อมกับเสียงร้องของนก จิมหันมองไปรอบๆ พื้นที่เขายืนอยู่ถูกสร้างด้วยหินสีเทาเรียบเรียงต่อกันจนไปถึงแนวระเบียง จิมเดินตรงไปจนสุดทางดวงตาสีฟ้ามองไปที่ทิวทัศน์ด้านหน้าอย่างตกตะลึง ผืนฟ้าสีครามกับป่าไม้ที่ยาวออกไปจนสุดลูกหูลูกตา เขามองแบบไม่เชื่อสายตาตัวเองและเดินดูวิวทางด้านซ้ายเปรียบเทียบกับทางด้านขวาของระเบียง ไม่ว่าด้านไหนๆ ก็มีแต่ป่าสีเขียวทึม

ทุกอย่างบนดาวดวงนี้เหมือนกับโลกไม่มีผิด

"ตกลงที่นี่มันที่ไหนกันแน่เนี่ย...?"

---------------------------------------------------------------

"คุณเชคอฟ คุณพบเบาะแสของกัปตันบ้างมั้ย?" เสียงทุ้มต่ำของวัลแคนดังขึ้นพร้อมกับรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาอย่างน่ากลัวจนคนที่ถูกเรียกชื่อถึงกับสะดุ้งโหยง

"อ..เอ่อ ยังครับ ผม..." หนูน้อยชาวรัสเซียยังพูดไม่ทันจน สป็อคก็กดปุ่มเปิดช่องทางติดต่อไปที่ห้องเครื่อง

"คุณสก็อต ตรวจสอบบันทึกการเข้าออกยาน บันทึกการใช้เครื่องขนส่งมวลสารแล้วส่งผลมาที่ PADD ของผม"

"รับทราบครับผม"

เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงเหล่าลูกเรือก็ยังไม่สามารถหาเบาะแสอะไรได้เลย

"กัปตันครับ ตอนนี้มียานสองลำกำลังมุ่งหน้ามาที่พิกัดของเรา จากเรดาร์มันคือยานรบคลิงออนครับ" ซูลูพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด นั่นทำให้ทุกคนบนสะพานเรือพากันเครียดหนัก

กัปตันเคิร์กหาย ผู้การสป็อคก็อารมณ์ไม่ดี แถมยังมียานรบคลิงออนที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่อีกสองลำ  

นี่มันวันบ้าอะไรกัน!!!

"เปิดสัญญาณเตือนภัย" รักษาการกัปตันพูดเสียงขรึม

"ครับกัปตัน ยานรบคลิงออนจะมาถึงในอีกสามวินาที..." หลังจากซูลูพูดจบไม่นานนัก ยานรบสองลำก็ปรากฏตรงหน้าพวกเขา

"คุณอูฮูร่า ติดต่อไปที่ยานนั้น"

"รับทราบค่ะ" นิ้วเรียวขยับเปิดสถานีอย่างชำนาญ แล้วกำชับหูฟังของตน

"นี่คือยาน USS Enterprise ขอทราบจุดประสงค์ในการมาของพวกคุณด้วย" ดวงตาสีดำหรี่ลงเมื่อไม่มีเสียงตอบกลับ เธอจึงพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้งด้วยภาษาคลิงออน แต่ผลก็ยังคงเหมือนเดิม

"พวกเขาไม่ยอมสื่อสารกับเราค่ะกัปตัน" อูฮูร่าหันมารายงาน

"ฝั่งนั้นล็อคเป้ามาที่เราแล้วครับ" ซูลูกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"ยกเกราะขึ้น ทุกสถานีเตรียมรับการปะทะ"

ซูลูกดเปิดระบบเกราะอย่างรวดเร็วพร้อมกับการโจมตีที่มาถึงยาน ทำให้ยานทั้งลำสั่นอย่างรุนแรง

"เกราะอยู่ที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ครับ"

"ยิงสวนกลับคุณซูลู คุณสก็อตรายงานความเสียหาย"

"ยังไม่มีอะไรเสียหายมากครับ"

ตู้ม!

"มีความเสียหายที่ส่วนกลางของลำครับ!!"

"ดอกเตอร์แม็คคอยเตรียมรับผู้บาดเจ็บ"

"ไม่ต้องบอกก็รู้น่า" ดอกเตอร์แม็คคอยกล่าวด้วยเสียงหงุดหงิด

"คุณอูฮูร่าพยายามติดต่อต่อไป"

"รับทราบค่ะ"

ยานคลิงออนทั้งสองลำเคลื่อนขนาบยานเอ็นเตอร์ไพรส์แล้วโจมตีต่อ เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแรงสั่นที่รุนแรงขึ้น

ตู้ม!

"กัปตันเกราะเหลือสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ" นั่นทำให้สป็อคขมวดคิ้ว

ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและมีโอกาส 92.57 เปอร์เซ็นต์ที่พลังงานของเกราะจะหมดลงในอีก 2.36 นาที ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อยานถึง 97.39 เปอร์เซ็นต์ หากผมซึ่งอยู่ในตำแหน่งรักษาการณ์กัปตันไม่สามารถดูแลยานลำนี้ให้ปลอดภัยจนถึงตอนที่กัปตันกลับมารับช่วงต่อได้คงเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัย

"กัปตัน ใกล้ๆ นี้มีดาว Class M ที่มีแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อนๆ อยู่รอบดาวซึ่งมันสามารถรบกวนเรดาร์ของยานคลิงออนได้ ผมคิดว่าเราควรไปหลบที่นั่นก่อน" เชคอฟพูดขึ้นพลางหันมามองสป็อค

สป็อคพยักหน้ารับพลางติดต่อไปที่ห้องเครื่อง

"คุณสก็อต ระบบวาร์ปยังใช้การได้หรือไม่?"

"เสียหายนิดหน่อยแต่ใช้การได้ครับ!" เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจสป็อคก็หันไปทางซูลู

"คุณซูลูเบนเข็มไปที่ดาวดวงนั้นและเข้าระบบวาร์ป"

"รับทราบครับ"

แล้วยานเอ็นเตอร์ไพรส์ก็เข้าสู่ระบบวาร์ปไป

TBC

edit @ 16 May 2015 20:51:10 by k-myst

Comment

Comment:

Tweet