[FanFiction Star trek] From Hogwarts with Love sample2

posted on 25 Sep 2014 20:19 by pokemonnoon in fanfiction, Spirk directory Fiction, Entertainment
อันนี้เป็นตัวอย่างอ่านตอน2น้า >o<
Sampleอันนี้เป็นอันสุดท้ายเน้อเพราะของเรามี5ตอน55555
อ่านให้สนุกนะ ใครสนใจก็มาอุดหนุนได้นะค่ะ >o<
 
ป.ล. บิลโบอยู่พอกริฟชั้นปีเดียวกับพวกจิมเป็นเพื่อนสนิทกับจิมโบนส์
อูฮูร่าอยู่กริฟชั้นปีเดียวกันไม่ได้สนิทกันมาก
ซานซ่าอยู่หอกริฟชั้นปีเดียวกัน
สป็อคแก่(เซเล็ก)สอนวิชาสมุนไพรศาสตร์
 
Sample1
 

Spell II

ขณะนี้หนุ่มน้อยร่างเล็ก'บิลโบ้ แบ็กกินส์' กำลังนั่งเท้าหนังสือเล่มหนาเตอะแล้วเคาะปากกาไปกับโต๊ะไม้อย่างเซ็งๆ ดวงตาสีน้ำเงินหันมองที่ว่างข้างๆสองที่อย่างเหนื่อยใจ ใช่เขากำลังรอเจ้าเพื่อนสนิทตัวดีอย่างเจมส์ ที เคิร์ก กับ ลีโอนาร์ด แม็คคอยอยู่ ทั้งที่เมื่อวานอีกฝ่ายนัดเขาซะดิบดีว่าจะมาแต่เช้า แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เขานั่งรออยู่คนเดียวซะได้! แย่จริงๆเลย!

ตึก ตึก ตึก!

ปัง!!

เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงพร้อมกับเสียงประตูเรือนกระจกหมายเลขสามที่ถูกเปิดออกจนสุด สายตาทุกคู่หันมองต้นเสียงอย่างตื่นตระหนก บุคคลที่เข้ามาใหม่ทั้งสองหอบหายใจเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้นมอง 'ศาสตราจารย์เซเล็ก' ผู้สอนวิชาสมุนไพรศาสตร์

"ขออนุญาตครับ" หนึ่งในผู้ที่มาสายพูดขึ้นพลางหอบหายใจถี่

"หักแต้มกริฟฟินดอร์สิบแต้ม เข้ามาได้คุณเคิร์ก คุณแม็คคอย"

"ครับ / ขอบคุณครับ" ทั้งสองโค้งตัวเล็กน้อยแล้วรีบวิ่งมาที่นั่งประจำของตนทันทีโดยข้างๆโบนส์มีบิลโบ้นั่งอยู่ ส่วนข้างๆจิมคือ 'นีโยต้า อูฮูร่า' นักเรียนสาวผิวสีแทนผมสีดำของเธอถูกรวบไว้ยาวลงมาตรงสลวย

"ลีโอนาร์ด ไหนเมื่อวานนายบอกให้รีบมา รู้มั้ยเมื่อเช้าฉันมานั่งเก้ออยู่คนเดียวเลย"บิลโบ้พูดอย่างเซ็งๆ โบนส์ทำสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อยแล้วพูดตอบ

"โทษทีบิล พอดีว่าไอ้คุณเจมส์ ที เคิร์กมันตื่นสายนะ" บิลโบ้หันมองจิมที่ยิ้มแห้งๆมาให้ตนอย่างคาดโทษ

"เจมส์..."

"โทษๆ โธ๋บิลอย่าโกรธฉันนะ เป็นเจ้าชายต้องใจกว้างๆนะรู้มั้ย? งั้นเอางี้เดี๋ยวคราวหน้าเราสามคนออกมาพร้อมกันเลยดีมั้ยจะไม่มีคนต้องนั่งเก้อไง?" จิมพูดพลางใช้ดวงตาสีฟ้าคู่ใจจ้องตาของบิลโบ้อย่างอ้อนๆ บิลโบ้นิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนพยักหน้า ยังไงเขาก็ไม่ต้านทานอานุภาพของตาลูกหมาสีฟ้าของจิมไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเคลียร์กับเจ้าเพื่อนตัวเล็กได้จิมก็ยิ้มกว้างแล้วหยิบหนังสือเรียนขึ้นมา

"เริ่มเรียนเรื่องใหม่ยัง?" จิมถามอูฮูร่าพร้อมกับรอยยิ้มที่สาวๆพากันหลงใหลแต่เหมือนมันจะใช้กับเธอคนนี้ไม่ได้สักเท่าไหร่

"เพิ่งทวนการเล็มต้นมะเดื่ออบิสสิเนียเสร็จ" สาวผมสีเข้มตอบ ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องไปที่ศาสตราจารย์เซเล็กอย่างไม่วางตา

"เฮ้อ! ค่อยยังชั่ว" เจ้าของดวงตาสีฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอก นั่นทำให้โบนส์หันมาทำตาขวาง

"ค่อยยังชั่วกะผีน่ะสิ! ไหนบอกจะเอาท็อปแต่ดันมาไม่ทันฟังทบทวนเนี่ยนะ!"

"น่าๆ โบนส์ เรื่องนั้นฉันจำได้อยู่แล้ว" คนผมทองส่งเสียงหัวเราะพลางขยิบตาให้เพื่อนของเขาทีหนึ่ง

"อะแฮ่ม! คุณเคิร์ก คุณแม็คคอย นี่จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย กรุณาอย่ารบกวนการสอน" คำของศาสตราจารย์หูแหลมทำเอาโบนส์สะดุ้งเฮือก ส่วนจิมนั้นเพียงส่งยิ้มน้อยๆ กลับไป

"ครับ / ครับ" ศาสตราจารย์พยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วมองไปรอบๆ ห้อง

"ก่อนที่จะเริ่มบทเรียนใหม่ ครูขอแนะนำรุ่นพี่ที่จะมาช่วยสอนในวันนี้…" ศาสตราจารย์เซเล็กพูดจบก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับบุคคลที่เข้ามาใหม่สองคน หนึ่งในนั้นทำให้ดวงตาสีฟ้าสว่างของจิม เคิร์กเบิกกว้างอย่างตกใจ

"นี่คือรุ่นพี่ปีห้าจากบ้านเรเวนคลอ ชาร์ล เซเวียร์และสป็อค"

"ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ" เด็กหนุ่มร่างเล็กผมบลอนด์ 'ชาร์ล เซเวียร์' หันมาทักทายพลางโบกมือให้คนในห้องอย่างเป็นมิตร ส่วนสป็อคยังคงอยู่ในสีหน้านิ่ง มือข้างขวาถูกยกขึ้นโดยแยกนิ้วกลางกับนิ้วนางออกจากกันตามแบบฉบับการทักทายของวัลแคน สป็อคกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ทว่าสายตาของเขาก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่รุ่นน้องผมสีทองนัยน์ตาสีฟ้าอยู่สามวินาทีก่อนหันกลับมามองศาสตราจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องตามเดิม

"เนื่องจากบทเรียนใหม่ในวันนี้ค่อนข้างอันตราย ครูขอให้นักเรียนทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของครูและรุ่นพี่อย่างเคร่งครัด และให้นักเรียนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มตามโต๊ะที่จัดไว้ด้วย" โต๊ะนักเรียนถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ โดยแต่ละโต๊ะวางกระถางต้นไม้ไว้พอดีจำนวนคน จิม โบนส์และบิลโบ้ เดินมาอยู่ที่โต๊ะที่สอง ส่วนอูฮูร่าแยกไปโต๊ะที่หนึ่ง เมื่อถึงที่นักเรียนทุกคนก็นั่งลงบนเก้าอี้

จิมมองกระถางที่อยู่ตรงหน้าของเขาอย่างตื่นเต้น

วันนี้จะได้ทำอะไรน้า?

จิมคิดอยู่เพลินๆ ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เขาหันกลับไปก็พบว่าคนที่จ้องเขาอยู่คือเจ้ารุ่นพี่หูแหลมที่เขาเพิ่งมีเรื่องด้วยเมื่อวานนั่นเอง เมื่อดวงตาสีฟ้าสบเข้ากับดวงตาสีช็อกโกแลต จิมก็หน้าร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุแล้วรีบหันกลับไปสนใจกระถางที่อยู่ตรงหน้าทันที

จ้องทำไมวะ?

"จิม แกเป็นอะไร? หน้าดูแดงๆ เป็นไข้รึเปล่าเนี่ย!?" โบนส์หันถามเพื่อนของตนอย่างเป็นห่วง

คนถูกถามส่ายหน้าสองสามทีแล้วตอบกลับ

"เปล่าๆ อากาศมันร้อนน่ะโบนส์"

บ้าจริง! เขาจะหน้าแดงทำไมเนี่ย!? ช่างมันเถอะ

"ครูฝากชาร์ลกับสป็อคดูแลน้องๆ แต่ละโต๊ะด้วยนะ" ศาตราจารย์หันไปพูดกับรุ่นพี่ทั้งสอง

โอ้ว! อย่างงี้ขอแค่พี่ชาร์ลมาคุมโต๊ะเราก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสป็อคแล้ว!!

"ครับ / ครับ" เมื่อรับคำสป็อคก็หันไปพูดบางอย่างกับชาร์ล ชาร์ลยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าตกลง รุ่นพี่ทั้งสองแยกไปประจำโต๊ะโดยชาร์ลตรงไปที่โต๊ะที่หนึ่งและสป็อคเดินไปที่โต๊ะที่สอง

จบกัน! ทำไมต้องเป็นสป็อคที่มาคุมโต๊ะเขา!? ทำไมรุ่นพี่ชาร์ลไม่มาคุมโต๊ะนี้!!?

จิมกรีดร้องอยู่ในใจ

"เอาล่ะ ต้นไม้ที่เราจะเรียนในวันนี้คือต้นแมนเดรก มีใครรู้คุณสมบัติของแมนเดรกมั้ย?" เมื่อศาสตราจารย์พูดจบ อูฮูร่าก็ยกมือขึ้นทันที

"คุณอูฮูร่า" ศาสตราจารย์เซเล็กหันไปเชิงให้พูดได้

"ค่ะ แมนเดรกเป็นส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในยาแก้พิษส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ถูกสาปหรือถูกแปลงร่างค่ะ"

ศาสตราจารย์พยักหน้าอย่างพอใจ

"ถูกต้อง สิบแต้มให้กริฟฟินดอร์" นั่นทำให้สองหนุ่มกริฟฟินดอร์แทบจะตะโกนโห่ร้องอย่างดีใจ ส่วนบิลโบ้หันยิ้มให้อูฮูร่าอย่างชื่นชม

"ขอบคุณอูฮูร่าที่ทำให้เราได้แต้มคืนมา" โบนส์พูดพลางทำมือปาดน้ำตา

ศาสตราจารย์เดินมายืนระหว่างโต๊ะทั้งสองพลางพูดบรรยายต้นแมนเดรกต่อ

"แมนเดรกหรือแมนดรากอราเป็นพืชสมุนไพรที่ปราศจากลำต้น มีรากใหญ่สีน้ำตาลและใบสีเขียว สูงประมาณสี่นิ้วซึ่งมักนำมาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในยาแก้พิษส่วนใหญ่ โดยเฉพาะช่วยให้คนที่ถูกสาปหรือถูกแปลงร่างกลับคืนสภาพเดิมได้…"

เมื่อเริ่มเข้าสู่วิชาภาคบรรยายสุดน่าหลับ นักเรียนในห้องจำนวนหนึ่งก็พร้อมใจกันสัปหงกทันที ก็อย่างว่าเสียงศาสตราจารย์แกก็นุ่มๆ น่านอนอยู่แล้ว ยิ่งมาพูดอะไรแบบนี้ยิ่งน่าหลับเข้าไปใหญ่

"แต่...แมนเดรกก็มีอันตรายอย่างยิ่งยวดเนื่องจากเสียงร้องของมัน เชื่อกันว่ามีผีสิงอยู่ที่รากของแมนเดรกซึ่งหากถอนขึ้นมา ผีจะกรีดร้องโหยหวนและทำให้คนที่ได้ยินถึงแก่ชีวิตได้"

พอถึงตรงนี้จิมก็ตาสว่างขึ้นมา

หืม? แค่เสียงเนี่ยถึงตายเลยหรอ? น่าตื่นเต้นดีแฮะ

"แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้ครูนำเพียงต้นอ่อนแมนเดรกมาให้ศึกษา อันตรายร้ายแรงที่สุดจากเสียงร้องของมันก็คือทำให้สลบไปหนึ่งถึงสองชั่วโมง"

พูดจบจิมที่ตาสว่างอยู่เมื่อกี้ก็ทำหน้าเซ็งขึ้นมา ส่วนรอบๆ โต๊ะต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก

"ก่อนที่ครูจะเริ่มสาธิตการเปลี่ยนกระถางต้นแมนเดรก ขอให้นักเรียนรับอุปกรณ์ป้องกันคือถุงมือและที่ปิดหูจากรุ่นพี่มาใส่ให้เรียบร้อย"

สป็อคและชาร์ลหยิบอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ไปแจกตามโต๊ะ รุ่นน้องแต่ละคนต่างขอบคุณรุ่นพี่เมื่อได้รับของ สุดท้ายสป็อคก็เดินมาถึงจิมและยื่นอุปกรณ์ป้องกันให้ จิมมองของในมือสป็อคอยู่พักนึง

"ขอบคุณ" จิมพูดเสียงเบาๆ แล้วรับอุปกรณ์นั้นมา นั่นทำให้สป็อคเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็เดินกลับไปบริเวณหน้าชั้นเหมือนเดิม

"เอาล่ะ เรียบร้อยแล้วก็ตั้งใจฟังครู วิธีการถอนต้นนี้ก็ไม่ยากนัก เพียงจับต้นแมนเดรกแน่นๆ บริเวณโคนต้นและดึงขึ้นอย่างแรง" เมื่อศาสตราจารย์ดึงหัวแมนเดรกขึ้นมา เสียงโหยหวนของแมนเดรกก็ดังขึ้นจนบางคนถึงแม้จะมีที่อุดหูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาปิดหูไว้อีกที

"จากนั้นนำมาใส่ในกระถางใหม่ ค่อยๆ ใส่ดินตามลงไปเพื่อให้ความอบอุ่น เราก็จะได้แมนเดรกในกระถางใหม่เรียบร้อย" เมื่อศาสตราจารย์พูดจบ บิลโบ้ก็ล้มตึงลงไปแต่ยังดีที่ก่อนอีกฝ่ายจะเอาหัวลงกระแทกพื้นโบนส์กับจิมจับไว้ได้ก่อน "ศาสตราจารย์!!"โบนส์หันเรียกศาสตราจารย์เซเล็กอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นเพื่อนของตนล้มลงไป

"คุณเซเวียร์ ช่วยพาคุณแบ็กกินส์ไปส่งห้องพยาบาลด้วย นั่นคือตัวอย่างของการใส่ที่ปิดหูไม่สนิทนะนักเรียน" ชาร์ลเดินไปรับตัวบิลโบ้จากทั้งสองแล้วพาไปห้องพยาบาลทันที เมื่อชาร์ลออกไป ศาสตราจารย์จึงมายืนคุมที่โต๊ะแรกแทน

"เอาล่ะ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เริ่มกันได้เลย จับต้นแมนเดรกแน่นๆ และดึง!"

"บิลจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย...?"จิมหันถามโบนส์ โบนส์ส่ายหน้าเบา

"ฉันว่าไม่เป็นอะไรมากหรอกอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ถึงมือหมอแล้วล่ะนะ" จิมพยักหน้ารับกับคำพูดของโบนส์พลันเหลือบมองไปที่ข้างๆกันเป็นหญิงสาวผมสีน้ำตาลแดงนั่งอยู่

"มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับคุณผู้หญิง?" จิมหันไปยิ้มหว่านเสน่ห์ให้สาวผมสีน้ำตาลแดงที่อยู่ข้างๆ กัน จากใบหน้าเรียวรูปไข่กับดวงตากลมโตสีฟ้าบอกได้ทันทีว่าเธอคือ 'ซานซา สตาร์ค'

"เอ่อ คือ…" ซานซาพูดอย่างอึดอัด นั่นทำให้โบนส์รีบคว้าตัวจิมจากด้านหลังทันที

"เล่นอะไรของแกฮะจิม!? เดี๋ยวก็โดนลุงเน็ดเด็ดหัวแบบไม่ทันรู้ตัวหรอก!!"

"ฉันก็แค่เห็นว่าคุณสตาร์คเขาดึงแมนเดรกไม่ได้เอง" จิมเถียงกลับแล้วหันไปทางสาวผมน้ำตาลแดงอีกรอบแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

"ผมคิดว่าคุณควรเปลี่ยนกระถางต้นแมนเดรกของตัวเองให้เสร็จก่อนจะดีกว่ารุ่นน้องเคิร์ก ถ้าคุณสตาร์คต้องการความช่วยเหลือเขาก็จะบอกเอง" สป็อคพูดด้วยเสียงเรียบ

จิมหันกลับมามองอย่างไม่สบอารมณ์

คนกำลังแจกขนมจีบไอ้หูแหลมนี่ก็ขวางจัง!

"เฮอะ! ของกล้วยๆ แค่นี้แปปเดียวก็เสร็จ" พูดจบจิมก็จับเข้าที่ต้นของแมนเดรก

"คุณจับแมนเดรกไม่ถูกรุ่นน้องเคิร์ก คุณต้องจับลงมาอีกสิบเอ็ดเซนติเมตรเพื่อให้ใกล้บริเวณโคนต้นมากที่สุด" สป็อคพูดขัดก่อนที่จิมจะออกแรงดึง จิมกรอกตาเล็กน้อยแล้วหันไปหาสป็อคที่อยู่ด้านหลัง

"ฉันรู้แล้วน่า นายอย่ายุ่ง!" นั่นทำให้สป็อคเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนประสานมือทั้งสองไว้ด้านหลัง

"มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องดูแลรุ่นน้องในคลาสนี้ และคุณก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผมตามคำสั่งของศาสตราจารย์เมื่อสามสิบเจ็ดนาที ยี่สิบเก้าวินาทีที่แล้วด้วย"

จิมฟังแล้วกรอกตาสีฟ้าของเขาใส่สป็อคอีกรอบ

บอกว่าอย่ายุ่ง ไม่เข้าใจรึไงฟระ!

จิมสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่งแล้วพูดต่อ

"ก็อย่างที่นายพูดถึงคุณสตาร์คเมื่อกี้ ถ้าฉันอยากให้ช่วยฉันก็จะบอกเอง!"

"แต่สถานการณ์ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าคุณกำลังต้องการคำแนะนำจากผม เพราะการที่คุณจับต้นแมนเดรกไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียต่อนักเรียนคนอื่นในคลาสนี้ได้ ไม่เพียงเท่านั้น…" สป็อคยังคงพูดต่อไม่หยุด นั่นทำให้จิมเผลอลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วโพล่งออกไป

"ถ้าอยากอวดฉลาดนักนายก็มาทำเองเลยสิ!!"

"จิม…ใจเย็น นั่งลงก่อน นายเสียงดังเกินไปแล้ว" โบนส์หันมาสะกิดจิมเมื่อเห็นว่าคนอื่นเริ่มหันมามอง

"ทางนั้นมีปัญหาอะไรรึเปล่าคุณเคิร์ก?" ทางศาสตราจารย์ที่ดูอีกโต๊ะหนึ่งอยู่ถามขึ้นเมื่อมีเสียงเอะอะ

จิมสูดหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วหันไปตอบศาสตราจารย์พร้อมรอยยิ้ม

"ไม่ครับ ศาสตราจารย์"

ศาสตราจารย์พยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วหันกลับไปสอนต่อ ทางจิมก็นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม เหลือบมองสป็อคเล็กน้อยแล้วเลื่อนมือลงมาใกล้ส่วนโค่นต้นแมนเดรกมากขึ้น

"แบบนี้ถูกยัง?" จิมหันมองสป็อค

สป็อคเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบ

"ลงมาอีกหกเซนติเมตร รุ่นน้องเคิร์ก"

จิมเบิกตากว้างอีกครั้ง

ตาแกเป็นไม้บรรทัดรึไง? ใครมันจะไปกะถูก!?

คิดเสร็จเขาก็เลื่อนมือลงมาอีก

"อะ"

"ยังไม่ถูกรุ่นน้องเคิร์ก คุณต้องจับที่ตำแหน่งนี้" สป็อคโน้มตัวลงมาใช้มือของตัวเองคว้าหมับเข้าที่มือของจิมแล้วเลื่อนไปตำแหน่งโคนต้น จากนั้นดึงขึ้นพร้อมกันอย่างแรงจนต้นแมนเดรกหลุดออกมา

"นี่ไง ได้…" ยังพูดไม่ทันจบประโยค จิมที่หันไปหาสป็อคก็ต้องชะงักเมื่อหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนแถมมือของอีกฝ่ายยังจับมือของเขาไว้แน่น นั่นทำให้จิมรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา

คือจริงๆ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าสป็อคอยู่ในเกณฑ์หน้าตาดีระดับหนึ่ง แต่พอมองใกล้ๆ แบบนี้ เขาก็ได้พบกับความจริงที่ว่า…

ดูดีระดับหนึ่งอะไรกันเล่า! รุ่นพี่หูแหลมนี่มันฮ้อตสุดๆ ไปเลยต่างหาก!!

คิดถึงตรงนี้จิมก็รีบขยับตัวออกพร้อมๆ กับสป็อคที่ยืดตัวขึ้น แต่ทว่ามือของทั้งสองยังคงจับที่ต้นแมนเดรกอยู่

"ป…ปล่อยมือฉันได้แล้ว"

พูดจบทางสป็อคก็รีบปล่อยมือออก ใบหูแหลมขึ้นสีเขียวเล็กน้อยแล้วเดินไปดูรุ่นน้องคนอื่นต่อ จิมที่ยังถือต้นแมนเดรกค้างไว้ก็รีบเอาต้นแมนเดรกนั้นลงกระถางใหม่แล้วตักดินใส่จนเรียบร้อย จากนั้นก็ยกมือขึ้นสางผมของตน

ทำไมเมื่อกี้รู้สึกเขินแปลกๆ นะ?

ดวงตาสีฟ้าหันมองตามสป็อคโดยไม่รู้ตัว

แผ่นหลังของสป็อคที่ยืนเอามือไขว้หลังสอนรุ่นน้องคนอื่นๆ อยู่

มือของสป็อคที่มักจะไขว้หลังไว้เสมอ...

ถ้าเมื่อกี้… ถ้าเขาไม่ใส่ถุงมืออยู่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสมือของสป็อคจะเป็นยังไงกันนะ…?

คิดถึงตรงนี้หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะพร้อมกับหน้าที่ร้อนขึ้น

บ้าจริง! เราเกลียดเจ้ารุ่นพี่หูแหลมนั่นจะตาย! ใครจะไปอยากรู้ฟระว่ามือของหมอนั่นจะอุ่นจะเย็นจะนิ่มจะแข็งหรืออะไรก็ช่าง! แถมหน้านิ่งอย่างกับหิน พูดจาอวดรู้อย่างกับตัวเองเก่งไปซะหมด น่าหมั่นไส้จะตาย! ใครมันจะไปช...

"จิม…จิม จิมโว้ยยยยยยยยยยย!" โบนส์เขย่าจิมอย่างแรงจนอีกฝ่ายหลุดออกจากห้วงความคิด คนผมทองหันมองเพื่อนผมสีเข้มอย่างงงๆ

"ฮะ! อะไร? เกิดไรขึ้นโบนส์!?" คำถามนั้นทำให้โบนส์ขมวดคิ้วแล้วกอดอกมองเพื่อนของตน

"เฮอะ! จะอะไรล่ะ!? ก็นายมัวแต่ทำหน้าเคลิ้มมองตามรุ่นพี่นั่นอีกแล้วน่ะสิ!" นั่นทำให้จิมกระพริบตาปริบๆ แล้วโวยออกมา

"หา!! นายว่าใครทำหน้าเคลิ้ม!? เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้นายพูดว่า 'อีกแล้ว' ?" นั่นทำให้โบนส์กรอกตาไปมาแล้วถามต่อ

"นี่นายไม่รู้ตัวจริงๆ หรอ?" เมื่อโดนถามกลับแบบนี้ จิมก็ชะงักไปเล็กน้อย

แล้วเขาควรจะรู้อะไรหรอ…?


Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากๆเลยค่าbig smile

#2 By สายป่าน (171.5.250.107|171.5.250.107) on 2014-10-08 11:25

เอ๊ คุณรุ่นน้องเคิร์กเป็นอะไรไปน่าาาา
ใจลอยไปไหนเอ่ย
หรือว่าไปหาคุณรุ่นพี่สป็อคน่าาาา
กิ้ว กิ้ว

#1 By (118.173.22.241|118.173.22.241) on 2014-09-26 19:31