แหมๆขอกล่าวเกริ่นสักเล็กน้อยเนื่องจากวันนี้...
 
เป็นวันที่ 15 กันยายน... 
 
ซึ่งเป็นวัน...!!!! 
 
บอกเลยนี่ไม่ใช่มุก กย.15!! 
 
มันคือSpirk Day!!!!
 
 โดยตั้งขึ้นจากวันที่ฉายStar trek Tos ตอน Amok time 
 
ใครเป็นTrekkie ก็น่าจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในตอนนั้น อิอิ 
 
เพราะฉะนั้นเลยมาอัพเนื่องในโอกาสนี่แล้วฟิคนี้เป็นแอนโธฟิคฮอกวอตส์ที่จะขายในงานCA2ค่ะ 
 
แต่งรวมกัน 6 คน 6 คู่! 
 
โดยจะมีแฟนด้อม Sherlock(Johnlock) [@Hatoribaka] 
 
Star trek(Spirk) [@Khanoon_K_myst] 
 
Avenger [@Qszii_wy] 
 
Games of throne(JonxArya)[@mmyu_aiichii]
 
X-men(Cherik) [@bowybowi
 
Hobbit (Thilbo) [@Keepzmyne]
 
ชื่อว่า!!!
From Hogwarts with Love<3!!!!
มาให้ติ่งกันจนฟินตายดิ้นคาเตียง (?!!!)
พร้อมกับปกงามๆสไตล์โรแมนติกสุดคลาสสิค
 
 
 
 
เกริ่นมาเยอะคงขี้เกียจอ่านกันแล้วล่ะสิ มาอ่านกันดีกว่า!
 
ป.ล.จิมกับโบนส์เป็นนักเรียน ปี 2 หอกริฟฟินดอร์ เป็นรูมเมจกัน
 
สป็อคกับชาร์ล เซเวียร์เป็นนักเรียนปี 5 หอเรเวนคลอเป็นรูมเมจกัน
 
สป็อคแก่จะเรียกแทนว่าเซเล็กอ้างอิ้งตามฉบับTOS
 
เน็ด สตาร์ค(GOT)เป็นผีหัวขาดประจำหอกริฟฟินดอร์
 
และทีเรียน แลนนิสเตอร์(GOT)เป็นอาจารย์ประจำหอเรเวนคลอ
 
ยังไงก็อ่านให้สนุกนะ <3
 
Title :From Hogwarts with Love [Spirk]
 

Spell I

"ให้ตายสิจิม! นายมัวทำบ้าอะไรอยู่? ไหนว่าจะลบคำสบประมาทของไอ้รุ่นพี่หูแหลมนั่นไง!?" ชายหนุ่มผมสีเข้ม 'โบนส์' หรือชื่อจริงคือ 'ลีโอนาร์ด แม็คคอย' ตวาดใส่เพื่อนของตน 'เจมส์ ที เคิร์ก' เสียงลั่นสะเทือนไปทั้งบ้านกริฟฟินดอร์ แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนผมสีทองสว่างกลัวเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังหัวเราะออกมาราวกับนั่นเป็นเรื่องตลกสุดยอดแห่งปี

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ โธ่โบนส์! นายจะจริงจังเกินไปแล้ว เรายังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงวันสอบ! ชิวๆ หน่า" ยังไม่ทันได้สานต่อบทสนทนา เงาบางอย่างก็ทะลุเข้ามาทางประตูห้องพัก

"เด็กๆ เงียบๆ กันหน่อย อย่าส่งเสียงดัง" ผีหัวขาดแห่งบ้านกริฟฟินดอร์ 'เอ็ดดาร์ด เน็ด สตาร์ค' โผล่หัวทะลุเข้ามาทางประตูแล้วลอยขึ้นมาตรงหน้าคู่สนทนา เล่นเอาทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก

"อ…โอเคครับลุงเน็ด แต่วันหลังอย่าโผล่มาแบบนี้ได้มั้ยครับ? ลุงทำโบนส์ช็อกค้างไปแล้ว" จิมที่ได้สติก่อนพูดยิ้มๆ แล้วชี้ไปที่เพื่อนของตนอย่างขำขัน

เน็ดมองคนที่ช็อกค้างแล้วถอนหายใจเล็กน้อย

"จริงๆ อยู่มาสองปีน่าจะชินได้แล้วนะลีโอนาร์ด"

"เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะชินกันง่ายๆ นะลุง แบบ...อย่างน้อยถ้าจะโผล่มาก็ขอแบบทั้งตัวไม่เอาแค่หัวไม่ได้รึไง!?" โบนส์พูดพลางส่ายหน้าแบบรับไม่ได้สุดๆ นั่นทำให้จิมกับเน็ดหัวเราะออกมา

"ไว้คราวหน้าฉันจะเอาร่างมาด้วยละกัน" พูดจบหัวของเน็ดก็ลอยออกนอกกำแพงไป

จิมโบกมือให้เล็กน้อยแล้วหันมาคุยกับโบนส์ต่อ

"เอ…เมื่อกี้เราถึงไหนกันแล้วนะ?"

"ก็ถึงตรงที่ 'โธ่โบนส์! นายจะจริงจังเกินไปแล้ว เรายังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงวันสอบ' ไง" โบนส์พูดเลียนเสียงพลางกรอกตาไปรอบๆ

"แหม! เป๊ะมาก! เรายังเหลือเวลาอีกเยอะน่าโบนส์" จิมพูดพลางขยิบตาให้เพื่อนของเขาที่หันมามองตาเขียว

"เฮอะ! ไม่เคยได้ยินคำว่าความประมาทเป็นหนทางสู่ความตายรึไง!? ถ้าแกไม่ได้ท็อปของการสอบครั้งหน้าฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วง!" โบนส์เค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างมืดมน

จิมเพียงตบที่บ่าของโบนส์เบาๆ แล้วพูดต่อพร้อมดวงตาสีฟ้าที่เป็นประกายขึ้นมา

"ไม่ต้องห่วง ฉันคือเจมส์ ที เคิร์กเชียวนะ!"

โบนส์หันมองเพื่อนของตนแล้วเอามือก่ายหน้าผากอย่างเซ็งๆ พลางถอนหายใจออกมาดังเฮือก

"นั่นแหละที่ฉันห่วง ว่าแต่แกยังไม่บอกฉันเลยว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง? ไหนลองเล่ามาซิ"

จิมทำท่าเคลียร์เสียงในลำคอแล้วเริ่มเล่า

"เรื่องมันก็เริ่มจาก..."

 

เมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้ว 

"โอ้! สวัสดีสาวๆ ผมเจมส์ ที เคิร์กสุดหล่อจากบ้านกริฟฟินดอร์ มาเยี่ยมที่บ้านกันได้นะครับ~" ผมพูดพลางโปรยยิ้มให้สาวๆ ที่เดินผ่านไปมา พวกเธอหน้าขึ้นสีเล็กน้อยแล้วโบกมือกลับให้ผม นั่นทำให้ผมฉีกยิ้มกว้างขึ้นแล้วหันมองตามสาวๆ กลุ่มนั้นไป ทว่าผมก็รู้สึกถึงแรงกระแทกที่สวนเข้ามาตรงหน้าอย่างแรงจนตัวเซไปข้างหลัง

"โอ๊ย! หัดมองตาม้าตาเรือซะบ้างสิ! เฮ้ย! นายอีกแล้วหรอสป็อค!?" ผมร้องออกไปพร้อมชี้นิ้วใส่หน้าอีกฝ่าย

ใช่แล้วครับ… นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมกับวัลแคนหูแหลม 'สป็อค' เดินชนกัน ถ้าจะให้บอกจำนวนครั้ง เออ...เอาเป็นว่านับไม่ถ้วนละกัน

สป็อคเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบเสียงเรียบ  

"ผมคิดว่าคำพูดนั้นผมต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายพูด รุ่นน้องเคิร์ก" 

"ฮะ! ว่าไงนะ!? นายเป็นคนเดินชนฉันเองแท้ๆ! มาพูดแบบนี้ได้ไง!?" ผมส่งเสียงพูดอย่างไม่พอใจ แต่อีกฝ่ายยังคงอยู่ในสีหน้านิ่ง

"จากสถานการณ์เมื่อครู่ ถ้าผมจำไม่ผิดคุณต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินไม่มองทางและตรงเข้ามาชนผม" นั่นทำให้ผมสะอึกเล็กน้อยแต่ก็เถียงกลับไป 

"นายมีหลักฐานอะไร!? อย่ามากล่าวหากันง่ายๆ แบบนี้นะ!"

สป็อคยังคงสีหน้านิ่งแล้วพูดต่อ  

"ผมอาจไม่มีหลักฐานเป็นรูปธรรมมาใช้พิสูจน์แต่มีนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์สามารถมาเป็นพยานให้ผมได้"

ผมจ้องหน้าเล่นสงครามประสาทกับสป็อคอยู่พักใหญ่ 

"โอเคๆ ฉันเป็นฝ่ายเดินชนก่อนก็ได้! ขอโทษด้วย!" ผมพูดแบบขอไปทีสุดๆ แล้วเบี่ยงตัวจะเดินผ่านสป็อคไปแต่อีกฝ่ายก็เขยิบมาขวาง นั่นทำให้ผมมองอีกฝ่ายตาขวาง

"อะไรอีกล่ะ!?"

"ผมคิดว่าในฐานะรุ่นพี่ผมควรตักเตือนคุณ"

ผมถอนหายใจเล็กน้อย  

"โอเค จะพูดอะไรก็พูดๆ มา"  

สป็อคสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วพูดออกมารวดเดียว 

"รุ่นน้องเคิร์ก นี่ก็เป็นการชนกันครั้งที่สี่ร้อยเจ็ดสิบแปดตั้งแต่คุณเริ่มเข้าโรงเรียนนี้มา ซึ่งผมจำได้ว่าผมเคยกล่าวตักเตือนให้คุณปรับปรุงพฤติกรรมของคุณเรื่องการเดินในที่สาธารณะ การใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ และการเรียกชื่อแบบไม่ให้เกียรติผมที่เป็นรุ่นพี่ของคุณถึงสามชั้นปี"

ผมกรอกตาเล็กน้อย 

ให้ตายสิ! เรื่องบ่นเนี่ยขอแค่โบนส์คนเดียวก็พอแล้ว!!

"แค่ส่งยิ้มให้ผู้หญิงมันผิดตรงไหนไม่ทราบ!? แล้วฉันจะเรียกใครแบบไหนยังไงก็เรื่องของฉัน" ผมว่าพลางท้าวเอว

"มันไม่ผิดถ้ามันถูกต้องตามกาลเทศะ แต่ผมขอแนะนำให้คุณไปทำกิจกรรมอื่นที่ส่งผลดีต่อการศึกษาของคุณจะดีกว่า"

อะไรนะ! ส่งผลดีต่อการศึกษา!? แบบนี้จะหยามว่าเจมส์ ที เคิร์กไม่ฉลาดงั้นหรอ!?

"นายจะบอกว่าคะแนนสอบของฉันยังดีไม่พอรึไง?"

สป็อคส่ายหน้าเล็กน้อย 

"ผมไม่ได้สื่อถึงจุดนั้น"

"ไม่! นายเพิ่งพูดออกมาเมื่อกี้เอง!" ผมเถียงกลับพลางยู่หน้าอย่างไม่พอใจ

"ถึงคะแนนสอบของคุณจะอยู่ในเกณฑ์ปกติสำหรับผม แต่เมื่อครู่ผมก็ไม่ได้ต้องการจะสื่อถึงจุดนั้นอยู่ดี"

"เฮอะ! ได้!! การสอบครั้งหน้าฉันจะสอบให้ได้ท็อปให้ดู ถ้าฉันทำได้นายต้องถอนคำพูดนั่นซะ! แล้วก็ห้ามมายุ่งเรื่องของฉันอีก แต่ถ้าฉันทำไม่ได้…"

"…"

"ฉันจะยอมเรียกนายว่า 'รุ่นพี่สป็อค' เลย!"

สป็อคเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว 

"ตกลงตามนั้นรุ่นน้องเคิร์ก" พูดจบสป็อคก็หันหลังเดินจากไป…

 

เมื่อฟังเพื่อนของตนเล่าจบ โบนส์ก็ถึงกับคิ้วกระตุกแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างแรง

"ฟังไปฟังมา ก็แกเองไม่ใช่เรอะที่โพล่งออกไป! ไอ้รุ่นพี่หูแหลมนั่นยังไม่ทันพูดหาเรื่องอะไรแกเลย ดูยังไงแกก็ผิดตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง!!"

คำพูดนั้นทำให้คนผมสีทองเบ้หน้าเล็กน้อยแล้วท้วงออกไป

"โธ่โบนส์! นายต้องเข้าข้างฉันสิ! นายเป็นเพื่อนสนิทฉันไม่ใช่หรอ?"

"ไม่รู้แหละ ตอนแรกฉันก็กะจะช่วยแกติว แต่พอรู้สาเหตุแบบนี้แล้ว…ไปอ่านหนังสือเองซะเถอะ!" พูดจบโบนส์ก็กลับมานั่งที่เก้าอี้แล้วหมุนตัวไปนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะของตนทันที ทำให้จิมต้องรีบขยับตาม

"โบนส์! นายจะทิ้งฉันได้ลงคอจริงๆ หรอ? แล้วจะรีบอ่านไปทำไม? อ่านตอนนี้ไปตอนสอบก็ลืมหมดอยู่ดีน่า" จิมพูดพลางมองไปยังหนังสือเล่มหนาเตอะ

โบนส์เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนของตนพลางกวักมือไล่

"ไม่รู้แหละ! ฉันจะอ่านหนังสือ ถ้าแกจะกวนก็ออกไปซะ!"

จิมลุกขึ้นเดินไปทางประตูก่อนจะส่งเสียงล้อเลียน

"ไปก็ได้คร้าบ คุณแม่~"

และแล้วเส้นความอดทนของโบนส์ก็ขาดผึง มือใหญ่คว้าหมอนที่อยู่ใกล้ที่สุดปาไปทางประตูพร้อมพูดไล่หลัง เล่นเอาจิม เคิร์กถึงกับหัวเราะออกมาจนปวดท้อง

"แม่บ้านแกเซ่! ถ้าฉันมีลูกแบบแกฉันคงได้ปวดตับตาย ออกไป!!"

----------------------------------------

เมื่อวิชาสุดท้ายของวันจบลง สป็อคก็เลือกที่จะเดินแยกกับเพื่อนร่วมห้องแล้วตรงกลับมาที่บ้านเรเวนคลอทันที ฝีเท้าของวัลแคนหนุ่มค่อยๆ ย่างลงบนพื้นของบ้านเรเวนคลออย่างแผ่วเบา เขาเดินกลับไปที่ห้องเพื่อเก็บสัมภาระก่อนหยิบหนังสือติดมาเล่มหนึ่งแล้วเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดตามองไปรอบห้อง ในห้องนั้นนอกจากสป็อคที่เพิ่งเข้ามาใหม่แล้ว ก็มีเพียงร่างเล็กของศาสตราจารย์ตระกูลราชสีห์ 'ทีเรียน แลนนิสเตอร์' เท่านั้นที่กำลังตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือเล่มหนาเตอะในมืออยู่

"ฝีเท้ายังเบาเหมือนเคยนะคุณสป็อค" ศาสตราจารย์พูดขึ้นเบาๆ ในขณะที่ดวงตาสีเขียวยังคงจับจ้องไปที่ตัวหนังสืออย่างไม่วางตา

สป็อคเพียงส่งเสียงตอบรับเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่ก่อนเปิดหนังสือของตนบ้าง ความเงียบเขาปกคลุมห้องนั่งเล่นของบ้านเรเวนคลออยู่พักใหญ่ ศาสตราจารย์ร่างเล็กก็เปิดบทสนทนาขึ้น

"วันนี้ผมได้ยินนักเรียนคนอื่นคุยกันว่าคุณเข้าเรียนวิชาปรุงยาสายไปสองนาที" นั่นทำให้วัลแคนหนุ่มละสายตาจากหนังสือในมือแล้วมองอีกฝ่าย

วิชาปรุงยาเป็นวิชาที่เขาเข้าสายเพราะบังเอิญชนกับรุ่นน้องเคิร์ก... 

"ใช่ครับ" วัลแคนหนุ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างปกติ นั่นทำให้ทีเรียนหัวเราะออกมา

"มีอะไรที่ทำให้วัลแคนอย่างคุณเข้าห้องเรียนสายได้ด้วยหรอ?" ทีเรียนกล่าวด้วยเสียงติดตลก

"แน่นอนศาสตราจารย์ ในกรณีของวันนี้ขณะที่ผมกำลังจะไปที่ห้องเรียนเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น ทำให้ผมเข้าเรียนสาย" สป็อคยังคงตอบด้วยเสียงนิ่งแล้วเริ่มอ่านหนังสือของตนต่อ

"ไม่คิดว่าจะมีวันที่คุณจะเถียงกับคุณเคิร์กจนเข้าห้องเรียนสาย" ศาสตราจารย์ทีเรียนบ่นขึ้นมาลอยๆ แต่คำพูดลอยๆ นั้นทำให้สป็อคแปลกใจไม่น้อย

"ทำไมคุณถึงรู้ว่าเป็นเพราะรุ่นน้องเคิร์ก?"

"อ้าว! แล้วมีคนอื่นด้วยหรอ?" ศาสตราจารย์ปิดหนังสือลงก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู ทว่าเขาก็หันกลับมาสป็อคอีกครั้ง

"อา จริงด้วย! ศาสตราจารย์เซเล็กเขาเรียกพบคุณกับคุณเซเวียร์ อย่าลืมไปหาล่ะ" พูดจบร่างเล็กของศาสตราจารย์ก็เดินออกนอกประตูไป

เพราะคำพูดของศาสตราจารย์ทีเรียน สป็อคจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านเรเวนคลอเพื่อไปหาเซเวียร์ จากการคาดการณ์ของเขา ทำให้มั่นใจว่าเซเวียร์จะต้องอยู่ระหว่างการเดินกลับหออย่างแน่นอน เขาจึงเลือกที่จะเดินกลับไปที่เส้นทางเดิมที่เดินมาในตอนแรก

ระหว่างนั้นเองก็มีเงาดำบางอย่างเคลื่อนผ่านด้านข้างของนักเรียนชาววัลแคนไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีน้ำตาลเหลียวมองเล็กน้อยแต่ทว่าเงาสีดำนั่นก็หายไปอย่างไร้ล่องลอย สป็อคกระพริบตาสองสามครั้ง

"อ้าวสป็อค! ฉันคิดว่านายจะอยู่ที่ห้องแล้วซะอีก" เซเวียร์เดินเข้ามาทักอีกฝ่ายแต่เหมือนสป็อคจะไม่สนใจการปรากฏตัวของเขาสักเท่าไหร่

"สป็อค? มีอะไรรึเปล่า?"

เมื่อเซเวียร์เรียกซ้ำ สป็อคก็หันกลับมา

"ไม่มีอะไรเซเวียร์  ผมแค่จะมาแจ้งว่าศาสตราจารย์เซเล็กเรียกพบพวกเรา" สป็อคตอบเสียงเรียบและเลือกที่จะไม่ใส่ใจเจ้าเงาดำนั้น เขาหันมองเซเวียร์ที่พยักหน้ารับ

"งั้นก็ไปกันเถอะ อย่าให้ศาสตราจารย์เซเล็กต้องรอนาน"

 

TBC <3

 

 
 
 

edit @ 15 Sep 2014 22:25:00 by k-myst

edit @ 17 Sep 2014 18:28:08 by k-myst

Comment

Comment:

Tweet

เจ็บแสบมากค่ะ คุณรุ่นพี่สป็อค
รุ่นน้องเคิร์กเดินชนคุณรุ่นพี่แค่สี่ร้อยเจ็ดสิบแปดครั้งเอง
ทำไมต้องจี้ปมเรื่องมารยาทในที่สาธารณะด้วยอะ
ก็รู้อยุ่ว่าคุณรุ่นน้องเขาออกจะ HOT ร้อนฉ่า

#3 By (118.173.22.241|118.173.22.241) on 2014-09-26 19:19

จิมยังแสบเสมอต้นเสมอปลาย(ฮา)

#2 By TheKeeperDream on 2014-09-24 09:30

หงิงงงง แค่นึกว่าจิมจะเรียกสป็อคว่ารุ่นพี่สป็อคมันก็ก๊าวล่ะโง้ยยย ;/////;
มีความรู้สึกว่าจิมในเรื่องนี้แสบสันเหลือเกิน แสบสันยิ่งกว่าพ่อกัปตันเอนเตอร์ไพรส์ ตามปกติอีกจริงๆนะ (แอบสงสารโบนส์เบาๆแต่รายนั้นน่าจะชินแล้ว ๕๕๕๕)

จะรออุดหนุนนะคะ ♡♡

#1 By KuNgWoN on 2014-09-16 08:18