[Doujin]APH Arthur in Dark vol.2 [3] USUK

posted on 30 Dec 2015 21:14 by pokemonnoon in APH, Doujin directory Cartoon

มาอัพโดเต้ออินเดอะดาร์กต่อแล้วค่า

โฮกกกกต้องขออภัยจริงๆดองนานมากกก

ขออนุญาตไม่ตอบเม้นนะคะเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา

มีเปลี่ยนฟ้อนนิดหน่อยระหว่างกลางคือช่วงที่แปลค้างไว้แล้วจำไม่ได้ว่าใช้ฟ้อนอะไรไป ขอโทษจริงๆค่ะ T v T

 

51.

 

52.

 

53.

 

54.

 

55.

 

56.

 

57.

 

58.

 

59.

 

60.

 

61.

 

62.

 

63.

 

64.

 

65.

 

66.

 

67.

 

68.

 

69.

 

70.

 

TBC

 

 

edit @ 30 Dec 2015 21:29:09 by k-myst

edit @ 30 Dec 2015 21:34:01 by k-myst

edit @ 30 Dec 2015 21:39:01 by k-myst

edit @ 30 Dec 2015 21:41:07 by k-myst

เนื่องจากพิมพ์ไปปีนึงแล้วขายหมดแล้วเลยเอามาลงให้ครบ

Day VII

[Part III]

Spock's talk

ปิ้ว! ปิ้ว!

ผมยิงเฟสเซอร์ใส่โรมุรันที่อยู่บริเวณนั้นแล้วส่งสัญญาณมือให้ลูกเรือสองคนแยกย้ายกันตามหากัปตัน และอีกสองคนหาลูกเรือของยานยูเอสเอส ฮู้ด

ผมออกตัววิ่งแล้วหลบหลังกำแพงเมื่อเจอโรมุรันกลุ่มหนึ่ง จากนั้นจึงฉวยโอกาสยิงก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้ตัวแล้วกดเปลี่ยนเฟสเซอร์ให้เป็นระบบสตั้นก่อนยิงใส่โรมุรันอีกคนที่เหลืออยู่ ผมวิ่งตรงไปลากโรมุรันคนนั้นเข้ามาในซอกกำแพงแล้วเข้าไปในจิตใจของโรมุรันตัวนั้นแต่กลับไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย

ผมวิ่งต่อไปจนถึงหน้าห้องแล็ปของยาน หน้าห้องนั้นก็มีโรมุรันอีกกลุ่มเฝ้าอยู่ หนึ่งในนั้นเป็นกัปตันโรมุรันที่มองมาทางผมอย่างประหลาดใจ

"แกออกมาจากห้องนั้นได้ยังไง!?"

"กัปตันอยู่ที่ไหน?" ผมถามเสียงเรียบ

ทางกัปตันโรมุรันหัวเราะออกมา

"คิดหรอว่าฉันจะบอกแก? แต่ถึงบอกไปป่านนี้มันก็คงตายไปแล้วมั้ง"

นั่นทำให้ผมหน้าชาวาบ

ผมไม่อนุญาตให้ใครพรากจิมไปจากผมทั้งนั้น!

ไม่รอช้า ผมยิงเฟสเซอร์ใส่ทันที แต่อีกฝ่ายหลบได้แล้วพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกับโรมุรันที่หนุนหลังอยู่ ผมหาที่กำบังแล้วยิงเฟสเซอร์สวนพลันได้ยินเสียงเฟสเซอร์พร้อมกับเสียงร้องของจิมออกมาจากหลังประตูห้องแล็ปทำให้ผมถึงกับหน้าซีด

"จิม..." ผมรีบลุกขึ้นแต่เพราะเฟสเซอร์ที่ยิงมาทำให้ผมต้องหลบหลังกำแพงอีกครั้ง

จิมอยู่ในห้องนั้น

"เมื่อกี้ยังเป็นเสียงครางอยู่เลย ครั้งนี้ร้องซะลั่นเลยแฮะ ท่าทางไอ้แก่โคดอสมันจะโหดจริง" กัปตันโรมุรันพูดพลางหัวเราะออกมา

โคดอส...เป็นโคดอสจริงๆ

ก่อนหน้านี้เป็นเสียงร้องคราง? นั่นทำให้เลือดในกายผมเดือดพล่าน

ไม่! เราต้องใจเย็น

ผมคิดพลางพยายามรักษาจังหวะการหายใจแล้วยิงเฟสเซอร์ออกไป สุดท้ายผมก็จัดการโรมุรันหน้าห้องได้ทั้งหมด ผมรีบวิ่งไปที่ประตู

เหมือนว่าจะล็อกอยู่…

ผมรีบทำการแฮคเปิดประตูแต่ระบบป้องกันกลับแน่นหนากว่าที่ผมคิด

ปัง!

ผมชะงักเล็กน้อยเพราะเสียงของบางอย่างที่กระแทกประตูจากอีกฝั่ง

จิม!

"ทีนี้แกก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว" เสียงแหบกร้านดังขึ้น นั่นทำให้ผมรีบเร่งมือทันที

"ฉันคิดว่าฉันเล่นกับแกมานานพอแล้วจิมมี่"

อีกแค่นิดเดียว...

"ลาก่อน"

ปิ้ว!!

แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของเฟสเซอร์ ร่างของจิมทิ้งตัวนอนลงมา ดวงตาสีฟ้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาหันมามองผมอย่างตกใจ ที่แก้มข้างซ้ายมีรอยแผลเหมือนถูกยิงเฉี่ยว ข้างๆ กันมีรอยของเฟสเซอร์อยู่ที่พื้น    

"สป็อค..."

ผมย่อตัวลงแล้วเช็ดน้ำตาให้จิม

"จิม...ashaya" ผมพยุงจิมขึ้นนอนบนแขนของผม จิมร้องออกมาเล็กน้อย ผมหันสำรวจร่างกายของจิมอย่างคร่าวๆ ศีรษะแตก แก้มช้ำ แผลฟกช้ำเต็มตัว แผลที่เกิดจากของมีคมบริเวณคอและไหล่ มีรอยกัดแดงที่คอขาว สภาพขาข้างขวาเหมือนหัก ขาอีกข้างถูกยิง...

มันทำร้ายคนที่ผมรัก

มันทำให้จิมร้องไห้

ความโกรธพุ่งเข้ามาในจิตใต้สำนึกของผมทันที ผมถอดเสื้อนอกสีน้ำเงินออกคลุมให้จิมแล้วค่อยๆ วางจิมลงอย่างเบามือพลางมองเข้าไปในห้องก็เห็นชายคนหนึ่ง...

โคดอส!!

"อ่า แกคงเป็นต้นเรือของ--" ยังไม่ทันให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อผมก็เล็งเฟสเซอร์ไปที่มือของโคดอสที่ถือเฟสเซอร์อยู่

"อ้ากกกกกกกกกกก" โคดอสร้องออกมาพร้อมเฟสเซอร์ที่ตกลงพื้น

ผมยิงเขาอีกครั้งที่ขาให้อีกฝ่ายล้มลง จากนั้นก็เดินเข้าไปเตะเฟสเซอร์ออกจากห้องพลางเหลือบเห็นท่อนเหล็กที่เต็มไปด้วยเลือดวางไว้ มันทำให้ผมรู้สึกโกรธจนสติขาดผึง ตรรกะทุกอย่างหายไปในช่องว่างเล็กๆ ในจิตใจของผม ถ้าพูดถึงสำนวนของมนุษย์ผมขอใช้คำว่า 'เลือดขึ้นหน้า' ก่อนวิ่งเข้าไปชกอีกฝ่ายไม่ยั้ง พร้อมคำรามออกมา

"แกทำร้ายจิม"

โคดอสพยายามพลิกกลับมาสู้แต่มีหรือแรงของมนุษย์จะสู้แรงสามเท่าของวัลแคนได้

"แกแตะต้องคนที่ผมรัก" ผมว่าพลางออกหมัดไปไม่ยั้ง

"แกต้องชดใช้!” เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหมดแรงผมใช้มือหนึ่งบีบคอของโคดอสไว้ แล้วอัดติดกำแพงยกตัวอีกฝ่ายลอยขึ้น โคดอสพยายามดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากมือของผม ผมบีบคอนั้นแรงขึ้นจนเริ่มได้ยินเสียงกระดูกลั่น

"สป็อค! อย่าฆ่าเขา!" จิมตะโกนออกมา แต่ผมก็ไม่ปล่อยมือจากคอของโคดอส

"ปล่อยเขาลง!" จิมพูดย้ำแต่นั่นไม่ทำให้ผมลดแรงที่บีบคอของโคดอสลงเลยแม้แต่น้อย

"สป็อค! ฟังฉันสิเจ้าวัลแคนบ้า! อยากติดคุกรึไงฮะ!?" จิมตะโกนออกมาแต่ผมก็ยังไม่หยุด ตอนนี้ผมแค่ต้องการดับลมหายใจของคนที่ทำร้ายจิมเท่านั้น

"สป็อคถ้านายต้องติดคุกเพราะฆ่าเจ้านี่มันไม่คุ้มกันหรอกนะ!" จิมตะโกนด้วยเสียงสั่น

ผมชะงักเล็กน้อยแล้วหันไปมอง จิมจ้องมาทางผม

"เดี๋ยวพวกเราจับเขาส่งสตาร์ฟลีท เขาก็จะได้รับผิดเอง" จิมพูดด้วยเสียงอ่อน ผมมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้า จิมยิ้มให้ผมเล็กน้อย

"นะสป็อค กลับเอ็นเตอร์ไพรส์กัน" พูดถึงตรงนี้ผมก็ค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้วทำให้โคดอสสลบไป ผมเดินกลับไปหาจิม

"จิม คุณลุกไหวมั้ย?"

จิมส่ายหน้าพลางยิ้มกว้าง

"อุ้มทีสิสป็อค"

ผมพยักหน้ารับ

"แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องติดต่อลูกเรืออีกสี่คนก่อน"

จิมพยักหน้า ผมจึงหันไปติดต่อลูกเรืออีกสี่คนให้มาเจอกันที่จุดที่ผมอยู่เพื่อควบคุมตัวโคดอส ลูกเรือสองคนที่ให้ไปหาลูกเรือของยูเอสเอส ฮู้ดรายงานว่าลูกเรือของยานนี้ได้เสียชีวิตไปนานแล้วตั้งแต่เหตุการณ์เนโร่

ผมพยักหน้ารับรู้แล้วช้อนตัวจิมขึ้น มือข้างหนึ่งประคองหลังไว้ ส่วนอีกข้างรับน้ำหนักช่วงขา ผมหันมองหน้าของจิม...หน้าของจิมแดงขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วซุกหน้าลงกับอกของผม จากนั้นผมก็ให้ลูกเรือแจ้งไปทางเอ็นเตอร์ไพรส์เพื่อ บีมกลับยาน ไม่นานเกินรอแสงสีเหลืองที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แล้วเราก็กลับมาถึงยานเอ็นเตอร์ไพรส์

สิ่งแรกที่ผมเห็นคือดร.แม็คคอยที่วิ่งเขามาในห้องขนส่งมวลสารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"จิม!!!" ดร.แม็คคอยวิ่งมาทางผมที่อุ้มจิมไว้อย่างตื่นตระหนกพร้อมหยิบเครื่องตรวจขึ้นมาตรวจรอบตัวกัปตันพลางพูดสบถไม่หยุด

"บ้าจริง! สป็อคเราต้องพาเจ้าหญิงของนายไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้! ฉันต้องตรวจอย่างละเอียด!"

"ใครเจ้าหญิงห้ะโบนส์!" จิมพูดขัดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

ดร.แม็คคอยส่งเสียงไม่พอใจเล็กน้อยแล้วตอบ

"ท่าอุ้มมันเห็นๆ กันอยู่จิมโบ้"

ผมไม่พูดขัดอะไรแล้วพาจิมไปที่ห้องพยาบาล วางตัวเขาลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล จากนั้นผมก็ถูกดร.แม็คคอยไล่ออกมา ผมนั่งรออยู่ด้านนอกนั่งคิดทบทวนเรื่องต่างๆ มากมายรอจนกระทั้งดร.แม็คคอยเดินออกมา

"จิมเป็นยังไงบ้างดอกเตอร์?"

ดร.แม็คคอยมองผมด้วยสีหน้ารำคาญแบบปกติแล้วตอบ

"จิมไม่เป็นไรแล้ว แขนขาที่หักฉันก็จัดการให้หมดแล้ว แค่ต้องพักรักษาอีกสักสองสามวัน"

ผมพยักหน้ารับ

"ผมเข้าไปเยี่ยมได้มั้ย?"

ดร.แม็คคอยมองผมพักหนึ่ง

"ฉันห้ามแกได้ด้วยหรอ? แต่อย่าทำให้เขาตื่นละกัน" พูดจบดอกเตอร์ก็เดินไปอีกทาง

เมื่อได้รับอนุญาตแล้วผมก็เดินเข้าไปในห้องพยาบาล ตอนนี้จิมนอนอยู่บนเตียงอย่างสงบ ผมเดินไปลากเก้าอี้มานั่งที่ด้านขวาของเตียงพลางลูบผมสีทองสว่างอย่างเบามือ

"ashaya…" ผมหลุดเรียกออกมาเบาๆ

"วันนี้ผมคิดว่าผมจะเสียคุณไปเสียแล้ว" ผมว่าพลางกุมมือของจิมไว้

ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของจิตใจของจิม สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์... เมื่อหลับตาลงภาพตอนที่ร่างของจิมเต็มไปด้วยเลือดก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง ตอนนั้นถ้าผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ถ้าผมไปถึงที่นั่นเร็วกว่านี้บางทีจิมอาจจะไม่ต้องมานอนสลบอยู่แบบนี้ ผมคิดพลางกุมมือของจิมแน่นขึ้น

ผมรู้ว่าการนึกเสียใจกับเรื่องในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล...แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของผมที่ทำให้จิมถูกทำร้าย...

"ไงสป็อค" ผมลืมตาขึ้นหันมองจิมอย่างตกใจเล็กน้อยแต่ยังคงสีหน้าเรียบนิ่งไว้

"สวัสดีจิม..." ผมทักทายกลับ จิมยิ้มให้ผมเล็กน้อยแล้วดันตัวขึ้นนั่ง

"อาการของคุณเป็นยังไงบ้าง?" ผมถาม

"สบายดีๆ โบนส์เป็นคนรักษานี่นะ มีหรอแผลจะเหลือ ว่าแต่นายมาเพื่อจะพาฉันกลับห้องของพวกเราใช่มั้ย?" จิมพูดพร้อมกับดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย ผมหัน